Skip to content

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS

STAR STEMS คืออะไร?

STAR STEMS เป็นนวัตกรรมทางปัญญาที่มีกระบวนการคิดเป็นขั้นเป็นตอนที่ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาใช้ในการหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสถานการณ์ส่วนตัว รวมไปถึงสถานการณ์ที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งจะร่วมกันดำเนินการหาทางแก้ไข อย่างรอบคอบ รอบด้านในทุกมุมมอง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นที่อาจแตกต่างกันออกไป ดังนั้นนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นเป็นเสมือนเครื่องมือพิเศษที่นำมาใช้ในการระดมสมอง ที่สามารถดึงเอาศักยภาพทางความคิดเห็น ความชอบ ความเชื่อ ประสบการณ์ ตลอดจนการนำเอาความรู้ในศาสตร์ต่างๆ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของคนในกลุ่มออกมาใช้ด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองที่แตกต่างออกไป เพื่อร่วมกันหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่มีร่วมกันนั้น โดยยึดหลักสำคัญ 5 หลัก ได้แก่หลักเหตุ-ผล หลักภูมิปัญญาไทยและสากล หลักประสิทธิภาพและการสื่อสารสากล หลักตรรกะและคุณธรรม และหลักภูมิสังคม ด้วยการมีส่วนร่วมในกระบวนการร่วมกัน ลำดับแรกคือกำหนดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (SBL) ให้ชัดเจนว่าเรื่องอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ลำดับต่อมากำหนดเป้าหมายสุดท้ายที่คาดหวังว่าจะได้รับหลังจากการแก้ไขสถานการณ์นั้น (STAR) ลำดับต่อมาคิดวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยหลักเหตุ-ผล เพื่อหาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ให้รู้ว่าทำไมถึงเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นได้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ลำดับต่อมาค้นหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ทั้งของไทยและของที่อื่นด้วยหลักภูมิปัญญาไทยและสากล เพื่อศึกษาวิธีการแก้ไขที่ผ่านมา ลำดับต่อมา จัดวิธีการตลอดจนทรัพยากรต่างๆ ที่จะดำเนินการแก้ไขสถานการณ์นั้นด้วยหลักประสิทธิภาพและการสื่อสารสากล เพื่อให้ได้งานที่มุ่งแก้ไขสถานการณ์โดยตรง งานสื่อสารทำความเข้าใจในทีมงานตลอดจนผู้อื่นที่อาจจะเกี่ยวข้องให้รับรู้รับทราบ และงานสนับสนับสนุนที่จะทำให้การแก้ไขสถานการณ์นั้นได้สำเร็จ ลำดับถัดมานำวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ได้นั้นมาคัดด้วยหลักตรรกะและคุณธรรม เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการเหล่านั้นเพื่อให้เกิดความสมเหตุสมผล มีประสิทธิผล คุ้มค่า มีคุณธรรมและไม่สร้างความเดือดร้อนทั้งต่อตนเองและสังคมในภายหลัง และลำดับสุดท้ายนำวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ได้ไปกรองด้วยหลักภูมิสังคม เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการเหล่านั้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อภูมิสังคมนั้นๆ ที่จะต้องไม่ขัดกับวัฒนธรรม ความเชื่อถือที่ดีงามของท้องถิ่น ไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ของสังคมหรือกฎหมายบ้านเมือง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ท่านสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมจากบทความต่างๆ ได้

มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืนทำอะไร?

มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน คือองค์กรแกนกลางที่จะช่วยแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ตลอดจนแนวทางประยุกต์ใช้ต่างๆ เพื่อคุณจะได้นำไปประยุกต์ใช้ตั้งเป้าหมายในชีวิตและพัฒนาทักษะต่างๆ ในการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นทั้งในเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว หรือเรื่องการงานอาชีพ เพื่อมีรายได้มาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ได้ด้วยตัวของคุณเอง นำไปสู่พึ่งพาตนเองได้ และ เมื่อเข้มแข็ง ดีงามแล้ว ช่วยกันมอบความดีงามสู่สังคมรอบข้าง โดยเป็นผู้นำเอากระบวนการคิด STAR STEMS ไปประยุกต์ใช้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ที่ตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ด้วยการเป็นผู้นำในการหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามกระบวนการนี้ ทำให้เกิดการคิดรอบ คิดร่วม รับฟังความเห็นต่าง สร้างความเห็นร่วม ยอมรับในความเป็นจริง มีเหตุมีผล มีความเป็นไทย แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สื่อสารกันให้เข้าใจ อิงคุณธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และเหมาะสมกับภูมิสังคมนั้นๆ ให้เกิดสังคมที่อุดมด้วยปัญญา หาทางออกร่วมกันให้ได้ในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดสังคมที่มีสันติสุขได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นี่คือคน STAR STEMS ที่มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์ฯ ต้องการให้มีขึ้นทั่วประเทศไทย

STAR STEMS เหมือนหรือต่างกับ STEM อย่างไร?

STEM education นั้นจะบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics) เข้าด้วยกันในการสร้างสรรค์สินค้าผลิตภัณฑ์ออกมา แต่ STAR STEMS จะเป็นกระบวนการคิดหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของคนหรือกลุ่มคนที่นำไปใช้ โดยจะมีส่วนหนึ่งที่จะบูรณาการศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้เท่าที่จำเป็นในการแก้ไขสถานการณ์นั้นๆ ซึ่ง STAR STEMS จะมีขอบเขตที่กว้างกว่า STEM education ทั้งในแง่ของวิชาต่างๆ (ประวัติศาสตร์, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, ภาษาสากล, ศีลธรรม และสังคม) ที่เพิ่มเข้ามา และในแง่ของความหลากหลายในการประยุกต์ใช้ แต่หากจะใช้ STAR STEMS ในการสร้างสรรค์สินค้าผลิตภัณฑ์ออกมา ก็ถือว่าเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง ก็ยังใช้ได้อยู่ เช่นเดียวกันกับ STEM เพียงแต่ว่านอกจากจะดึงเอา STEM เดิมมาใช้แล้ว ยังมีการดึงเอาภูมิปัญญาไทย ทดสอบและประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และความเหมาะสมกับภูมิสังคม เข้ามาด้วย ซึ่งสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าเดิม นำไปสู่การยอมรับของลูกค้าในสังคมและเกิดความยั่งยืนของธุรกิจได้ในที่สุด

คุณลักษณะSTEM EducationSTEAM Educationนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS
องค์ประกอบหลักS, T, E, M (วิชา วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, คณิตศาสตร์)S, T, E, A, M (เพิ่ม Arts/ศิลปะ)S, T, E, M, S (หลักคิด เพิ่มความมั่นคงทางจิต, ภูมิปัญญาไทย, การสื่อสารสากล, คุณธรรม, และภูมิสังคม)
จุดเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์หรือสินค้าการสร้างนวัตกรรมที่มีความคิดสร้างสรรค์การหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์จริงและพัฒนาคน
รากฐานทางความคิดตรรกศาสตร์และระเบียบวิธีวิจัยสากลตรรกศาสตร์ร่วมกับสุนทรียภาพพุทธธรรม กฎธรรมชาติ และศาสตร์สากลบูรณาการ
มิติด้านสังคมมักเน้นเชิงอุตสาหกรรม/เศรษฐกิจเน้นการสื่อสารและการออกแบบเน้นความสัมพันธ์ ภูมิสังคม และสันติสุขยั่งยืน
ขอบเขตการใช้ในห้องปฏิบัติการ/สถานศึกษาในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทุกภารกิจ (ครอบครัว, สถานศึกษา, ชุมชน, ชาติ)
นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ช่วยอะไรได้บ้าง

กระบวนการคิด STAR STEMS จะช่วยขจัดความไม่รู้ ความไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ป้องกันการเข้าใจผิด คิดไปเอง เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาจิตใจ สติปัญญาของตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติในการดึงเอาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ประสบการณ์ที่มีอยู่ คุณธรรมต่างๆ ที่ได้รับมาหรือกำลังฝึกฝนให้มี ดึงเอามาเพื่อใช้ในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน หากเป็นสถานการณ์ที่มีผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ยังสามารถนำกระบวนการ STAR STEMS นี้ ร่วมกันคิด เป็นการระดมสมอง ระดมความคิดร่วมกัน เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่อาจแตกต่างกันไปจากเพื่อนๆ ร่วมสังคมเดียวกัน ทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ยอมรับกันและกันมากขึ้น รับรู้มุมมองที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งได้ร่วมกันหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ นับเป็นกระบวนการสร้างความรู้จักกัน สร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในสังคมที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นได้โดยตรง นอกจากจะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดีที่สุดในขณะนั้นแล้ว ผลพลอยได้สำคัญคือแต่ละคนที่นำ STAR STEMS ไปใช้ จะสามารถพัฒนากระบวนการคิดที่รอบคอบ รอบด้าน มีคุณภาพความคิดที่เพิ่มขึ้น ในด้านสังคมนั้นนับเป็นกระบวนการสร้างความรู้จักกัน สร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมนั้นได้โดยตรง

สถานการณ์แบบไหนถึงใช้ STAR STEMS ได้

ท่านสามารถจะประยุกต์ใช้กระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์ได้ทุกสถานการณ์ ทั้งสถานการณ์ส่วนตัว เช่นปัญหาสุขภาพ สถานการณ์ตกงาน หางานทำไม่ได้ เป็นต้น หรือ สถานการณ์ในครอบครัว เช่น คนในครอบครัวทะเลาะกัน พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ปัญหาหนี้สินของครอบครัว เป็นต้น หรือ สถานการณ์ในที่ทำงาน เช่น การวางแผนขององค์กร การรักษาความปลอดภัยภายในองค์กร การจัดการขยะภายในองค์กร เป็นต้น หรือสถานการณ์ในระดับอื่นใดก็ได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าท่านผู้ที่จะใช้นั้นจะเกี่ยวข้องในระดับใด หากท่านเป็นผู้บริหารหน่วยงาน ท่านก็สามารถนำกระบวนการนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ไปใช้ในภารกิจต่างๆ ของหน่วยงาน ก็ได้

ทำอย่างไรถ้าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกฝ่ายไม่รู้จัก STAR STEMS เลย

ท่านยังสามารถจะประยุกต์ใช้กระบวนการคิด STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์นั้นได้อยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับอีกฝ่ายนั้นเป็นเช่นไร หากเขาเปิดใจรับ ท่านก็จะสามารถเป็นผู้นำทำไปและแนะนำด้วยว่าเพราะอะไรถึงทำขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ แต่ถ้าหากอีกฝ่ายไม่เปิดใจที่จะเรียนรู้ไปด้วย ท่านจะต้องเป็นผู้นำในการใช้เอง ชวนทำไปทีละขั้นตอนโดยที่ไม่จำเป็นต้องให้อีกฝ่ายรู้ว่าเป็นขั้นตอนอะไร หรือใช้กระบวนการอะไร ทำจนครบถ้วนจนได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ เรียกว่าเป็นการนำใช้ฝ่ายเดียว ซึ่งก็จะเกิดประโยชน์ต่อท่านเองและผู้อื่นที่ร่วมในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน และนี่อาจจะเป็นสถานการณ์ของการประยุกต์ใช้กระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ STAR STEMS ยังไม่แพร่หลาย

ต้องรู้จักนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ลึกซึ้งแค่ไหนจึงจะประยุกต์ใช้ได้

ท่านสามารถจะสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการคิด STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์นั้นได้เลย แม้ว่าจะรู้จัก STAR STEMS แบบผิวเผินก็ตาม ท่านก็ยังสามารถประยุกต์ใช้ไปในรูปแบบเปิดเอกสารดูไป เรียนรู้ STAR STEMS ไปด้วยก็ได้ ซึ่งเป็นการเรียนรู้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS จากสถานการณ์จริงได้เลย อาจจะเริ่มจาก 7 คำถามตามแนว STAR STEMS ดังนี้ 1) เกิดอะไรขึ้น? 2) เราคาดหวังอะไรจากเรื่องนี้? 3) เรื่องนี้มีสาเหตุมาจากอะไร? 4) คนอื่นเขามีวิธีการแก้ไขกันอย่างไร? 5) แล้วเราจะใช้วิธีการไหนและจะสื่อสารกันอย่างไร? 6) วิธีการที่จะใช้นั้นสมเหตุสมผลและจะทำให้ใครเดือดร้อนไหม? 7) วิธีการที่จะทำนั้นเหมาะสมกับภูมิสังคมนี้ไหม? เพียงเท่านี้ ก็เป็นการประยุกต์ใช้ STAR STEMS แล้ว เมื่อใช้แก้สถานการณ์ต่างๆ มากขึ้น เราก็จะมีประสบการณ์ตรงมากขึ้น อาจจะได้ศึกษาและทบทวนการประยุกต์ใช้ของผู้อื่นมากขึ้น โดยติดตามจาก กิจกรรม Sat. Chat&Share ท่านเองก็จะรู้จักนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเอง

การมีเป้าหมายที่ยั่งยืน เป็นการฝืนความจริงที่ว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่ยั่งยืน หรือไม่

ในการกำหนดเป้าหมาย STAR ที่เป็นดาวที่เราต้องการนั้น จะมีคุณลักษณะ 4 ประการคือ มีความยั่งยืน (Sustainability) ถูกเวลา (Timeliness) ทำได้จริง (Applicability) และตอบสนองความต้องการ (Response to needs) ความหมายของคำว่ายั่งยืนในที่นี้นั้น หมายถึง มีความคงทน อยู่ได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งเท่าที่จะมีเหตุและปัจจัยมาสนับสนุนให้อยู่ได้ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของสรรพสิ่งที่เกิดจากการปรุงแต่งประกอบกันขึ้นมา และยังเป็นไปตามกฎธรรมชาติอีกประการหนึ่ง คือ กฎไตรลักษณ์ ที่มีความไม่เที่ยงแท้ถาวร (อนิจจัง) อยู่ภายใต้ความกดดันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (ทุกขัง) และ ไม่มีใครจะสามารถทำให้เป็นไปได้ตามความต้องการ (อนัตตา) เราจะทำได้อย่างมาก ก็คือ เราแค่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำเหตุและปัจจัยให้พร้อมเพื่อหวังที่จะทำให้เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง โดยสรุปก็คือ ความยั่งยืนนั้น ไม่ใช่ความคงทนถาวร ที่จะแปรเปลี่ยนไม่ได้ แต่หมายถึงความคงทนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งที่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นเท่านั้น

การฝึกอบรมนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้น ไม่มีในส่วนของภาวนามยปัญญาที่จะทำให้เกิดปัญญาจนได้รับความสุขที่แท้จริงได้ ใช่หรือไม่

นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นเป็นกระบวนการสร้างปัญญาที่มุ่งแก้สถานการณ์หรือปัญหาทางโลก เป็นการพัฒนาความสุขทางโลก ไม่สามารถจะนำไปเปรียนเทียบได้กับการได้มาซึ่งความสุขอันสูงสุดในพระพุทธศาสนา คือ การเข้าถึงนิพพาน อันนำมาซึ่งความสุขที่เกิดจากความสงบ ซึ่งต้องใช้ภาวนามยปัญญา จึงจะไปถึงได้ แต่หากมองในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว การฝึกอบรมนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ได้ใช้แนวทางการพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธ อยู่บ้าง โดยใช้ตั้งแต่สุตตมยปัญญา คือ สอนให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ต่อด้วย การชวนให้คิด ในห้วงการฝึกแบบปิดจังหวะที่เป็นแนวทางให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดปัญญาจากการคิดตาม คือ จินตามยปัญญา และปิดท้ายด้วยการแยกกลุ่มฝึกปฏิบัติ ลงมือทำเองภายใต้การแนะนำจากวิทยากรเท่าที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นการเริ่มใช้แนวภาวนามยปัญญา คือการลงมือปฏิบัติ นอกจากนั้น เมื่อผู้เข้ารับการอบรมนำไปประยุกต์ใช้เอง ฝึกใช้เอง ก็จะเข้าสู่แนวภาวนามยปัญญา อย่างเต็มที่ แต่จุดมุ่งหวังของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นคือการคิดรอบ คิดร่วม ของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง เป็นการมุ่งสู่การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่อุดมด้วยปัญญา อีกทั้งการใช้กระบวนการตามนัวตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์นั้นเป็นการดึงเอาธรรมะหรือความเชื่อทางศาสนาที่ตนนับถือมาใช้ในการแก้ไขสถานการณ์ร่วมกัน จึงเป็นการมุ่งแก้ปัญหาทางโลกในเบื้องต้น มุ่งให้เกิดความสงบทางใจในปั้นปลาย เมื่อสังคมสงบสุขได้แล้ว ย่อมเอื้ออำนวยให้แต่ละบุคคลสามารถไปปฏิบัติธรรมตามความเชื่อทางศาสนาของตน ให้เข้าถึงความสุขทางใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นได้ ในความเป็นจริงโดยธรรมชาตินั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะปฏิบัติธรรมได้ หากสังคมใดหรือประเทศใด มีแต่ความขัดแย้ง แก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น เกิดข้อพิพาท ทะเลาะเบาะแว้ง จนถึงขั้นทำร้ายกัน จนเกิดสงครามห้ำหั่นกันไปทั่วทุกหัวระแหง นับเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS จึงเป็นเพียงเครื่องมือพิเศษสำหรับการคิดรอบ คิดร่วม หล่อหลอมความเห็นต่าง ลดความขัดแย้งของผู้คนในสังคม ทำให้สังคมที่มีความ รู้ รัก สามัคคี ทุกคนมีสันติสุข กันทั่วหน้า เท่านั้นเอง

จุดอ่อนหรือจุดด้อยของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ที่ทำให้ไม่ได้ผลนั้น คืออะไร

นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นมีจุดเด่นคือ คิดรอบ คิดร่วม ของผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจุดอ่อนหรือจุดด้อยที่ทำให้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ใช้ไม่ได้ผลนั้น ก็คือ การปิดโอกาสในการคิดร่วมกัน อาจจะเกิดจากการปิดตัวเองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คิดอะไรก็ไม่บอก ถึงบอกก็ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือ อาจจะถูกปิดโอกาสโดยคนบางคนที่เป็นเผด็จการทางความคิดภายในกลุ่ม ไม่ยอมให้คนอื่นในกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นออกมาให้คนในกลุ่มที่เหลือได้รับทราบ ก็จะทำให้แต่ละคนอาจได้ใช้ STAR STEMS แต่เพียงฝ่ายเดียวกันหมดทุกคน ซึ่งก็จะได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ จุดอ่อนอีกประการหนึ่งก็คือ ไม่มีความกล้าหาญมากพอที่ยอมรับความเป็นจริงที่ตนเองซ่อนอยู่ โดยเฉพาะความไม่รู้จริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนนั้นไม่อยากบอกออกมาว่าคิดอย่างไง เก็บท่าทีเอาไว้ กลัวที่จะเปิดเผยความจริงออกมาว่าตนเองไม่รู้ ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือจำเป็นต้องใช้การแก้ไขหลายรอบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะโดยเฉพาะความไม่รู้จริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือการไม่มีขีดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก็จะไม่สามารถปกปิดได้หมดและจะถูกเปิดเผยออกมาทีละนิดทีละหน่อย จนหมดเปลือกอย่างแน่นอน ดังนั้น จงมีความกล้าหาญที่จะสู้กับความเป็นจริง ไม่ก็ยอมรับว่าไม่รู้ แล้วให้ความร่วมมือและเพียรพยายามเรียนรู้ตามเพื่อนไป ในการใช้กระบวนการนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะดีกว่า

การใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ให้กลุ่มคนสิบกลุ่มแก้ไขสถานการณ์เดียวกัน จะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์เหมือนกันหรือไม่ เพราะเหตุใด

การใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS โดยให้กลุ่มคนสิบกลุ่มแก้ไขสถานการณ์เดียวกัน ย่อมจะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้งนี้เนื่องจากในแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกที่มีความรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อได้แลกเปลี่ยนมุมมอง แนวความคิดร่วมกันตามกระบวนการ STAR STEMS แล้ว จึงควรที่จะได้ผลลัพธ์แก้ไขสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปเป็นสิบแบบ อาจจะมีบางส่วนที่คล้ายกัน บางส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะใช้กระบวนการ STAR STEMS อันเดียวกันก็ตาม ทั้งนี้ทุกวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ได้นั้นเป็นผลผลิตของแต่ละกลุ่มที่จะได้ร่วมกันคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์จนได้ข้อยุติที่ในแต่ละกลุ่มมีความพึงพอใจและเพ็นพ้องกันแล้วว่าวิธีการที่ได้นั้นในกลุ่มเห็นว่าดีที่สุด นั่นคือความสวยงามของ STAR STEMS ที่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำให้คนในสังคมนั้นๆ แก้ไขสถานการณ์ร่วมด้วยกันได้ แม้ว่าวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ได้และนำไปใช้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นวิธีการที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าดีที่สุด เหมาะสมที่สุดในเวลานั้นแล้ว

หากการใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ให้กลุ่มคนสิบกลุ่มแก้ไขสถานการณ์เดียวกัน จะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่แตกต่างกันแล้วนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ดีกว่ากระบวนการอื่นอย่างไร

การใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ให้กลุ่มคนสิบกลุ่มแก้ไขสถานการณ์เดียวกัน จะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องปกติ ตามที่ทราบกันแล้ว แต่หากนำวิธีการที่ได้สิบแบบมาเข้ากระบวนการ STAR STEMS ร่วมกันทั้งหมดอีกรอบหนึ่งย่อมจะได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ทั้งหมดยอมรับว่าดีที่สุด เหมาะสมที่สุดในเวลานั้น หากจะถามว่านวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ดีกว่ากระบวนการอื่นอย่างไรนั้น ก็ต้องบอกว่า เป็นกระบวนการที่สามารถดึงเอาความคิดเห็นดีๆ ออกมาจากทุกคนในกลุ่ม นอกจากร่วมกันคิดแบบวิทยาศาสตร์ ผสมผสานความเป็นไทย บนฐานของคุณธรรม ความสมเหตุสมผล ที่เหมาะสมกับภูมิสังคมไทย และหากใช้ในการแก้ไขสถานการณ์ที่ต้องใช้เวลานานในการแก้ไขแล้ว STAR STEMS Cycle ก็จะให้ทางออกที่ดีที่สุดกว่ากระบวนการอื่น สมมติว่าในทางกลับกัน ให้คนกลุ่มเดียวแก้ไขสถานการณ์นั้นโดยทำ STAR STEMS Cycle กล่าวคือร่วมกันหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ด้วย STAR STEMS นำวิธีการที่ได้ไปปฏิบัติ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ นำมาร่วมกันปรับแก้วิธีแก้ไขสถานการณ์ด้วย STAR STEMS อีกครั้ง แล้วนำวิธีการที่ได้ไปปฏิบัติ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ นำมาร่วมกันปรับแก้วิธีแก้ไขสถานการณ์ด้วย STAR STEMS อีกครั้ง ทำแบบนี้ 10 รอบ ในรอบที่ 10 ย่อมได้ผลการแก้ไขสถานการณ์ที่เข้าใกล้กับเป้าหมาย STAR มากกว่าในครั้งแรกอย่างแน่นอน นั่นคือเป็นเครื่องมือที่รับประกันความสำเร็จได้อย่างแน่นอน นั่นเอง

นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นเป็นแต่แนวคิดใช่ไหม แล้วจะใช้แก้ไขสถานการณ์จริงได้อย่างไร

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องใช้ระยะเวลานานในการแก้ไข หรือ อาจจะเป็นปัญหาที่ไม่สิ้นสุด (Infinite Problem) เมื่อใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS เป็นกระบวนการแก้ไขสถานการณ์นั้น ประกอบกับมีการนำวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ได้ ไปสู่การปฏิบัติจริง เมื่อมีการประเมินผลการปฏิบัติและนำผลการปฏิบัติกลับไปทบทวนวิธีการแก้ไขด้วยการเข้ากระบวนการ STAR STEMS ใหม่อีกรอบ เมื่อได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ผ่านการทบทวนปรับแก้แล้วนำไปปฏิบัติใหม่อีกครั้ง  ในลักษณะนี้จึงทำให้เกิดเป็นวงจรสตาร์สะเต็มส์ของการแก้ไขสถานการณ์ จึงเป็นคำตอบว่านวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS สามารถนำไปสู่การปฏิบัติในการแก้ไขสถานการณ์ที่ต้องใช้ระยะเวลานานได้ด้วย

ฉันจะได้รับประโยชน์จากการทำงานกับมูลนิธิอย่างไร?

การทำงานกับ มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน นั้นจะเป็นการช่วยเผยแพร่ความรู้และช่วยขยายผลการใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ในสังคม ซึ่งนับเป็นการทำตนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เป็นโอกาสในการทำบุญทำกุศล ให้ความรู้เป็นทาน โดยเฉพาะนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ที่สามารถเป็นเครื่องมือพิเศษในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเป็นปัญหาของสังคม หรือ อาจเป็นสถานการณ์พัฒนาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสังคม นอกจากนั้นจะช่วยให้คุณพัฒนาคุณภาพความคิดให้สูงขึ้น แล้วใช้ความคิดที่ดี มีคุณภาพ มาออกแบบสร้างแผนการพัฒนาร่างกาย จิตใจและอาชีพการงานของตนเองที่ชัดเจน ทำได้จริง จนเป็นคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขง่าย ทั้งกายและใจ เป็นคนดีที่สังคมต้องการได้ตามศักยภาพของตน เมื่อท่าเข้มแข็งแล้ว มาร่วมงานกันช่วยเหลือคนอื่นต่อ เพราะงานที่ทำส่วนใหญ่เป็นงานบริการวิชาการ งานอบรม ท่านก็จะได้ประสบการณ์ ได้ร่วมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปกับการประยุกต์ใช้แก้ไขสถานการณ์ของผู้เข้ารับการอบรม หรือผู้ที่ต้องการนำ STAR STEMS ไปใช้แก้ไขสถานการณ์จริงของตัวเองต่อไป

ฉันจะติดต่อ มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน ได้อย่างไร?

คุณสามารถติดต่อ มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน ผ่านแบบฟอร์มติดต่อในเว็บไซต์ หรือทางนี้ครับ