Skip to content

เทคนิคช่วยจำ STAR STEMS แบบ 3-4-5

บางคนอาจจะยังสงสัยตนเองว่าจำ STAR STEMS ไม่ได้สักที ถ้าจำไม่ได้ ก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ทำอย่างไรดี

ครั้งนี้เราจะใช้อุปกรณ์ที่มีติดตัว นั่นคือ นิ้วมือ มาช่วยจำ

เริ่มจากองค์ประกอบแรกของ STAR STEMS คือ SBL ย่อมาจาก 3 คำ Situation Based Learning

ภาพที่ 1 ชู 3 นิ้ว (นิ้วกลาง-นิ้วนาง-นิ้วก้อย) สัญลักษณ์แทนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น SBL ตอบ What-When-Where

ที่มา พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์ (ผู้เขียน)

แต่ให้เราตอบเกี่ยวกับสถานการณ์โจทย์ 3 ข้อที่ว่า 1) เกิดอะไรขึ้น? (What) 2) เกิดขึ้นเมื่อไหร่? (When) 3) เกิดขึ้นที่ไหน? (Where)

องค์ประกอบต่อมาคือ STAR เป้าหมายที่เราจะได้หลังจากแก้ไขสถานการณ์แล้ว ซึ่งย่อมาจาก 4 คำที่มีบ่งบอกถึงคุณลักษณะ คือ 1) มีความยั่งยืน (Sustainability) 2) ถูกเวลา (Timeliness) 3) ใช้ได้จริง (Applicability) และ 4) ตอบสนองความต้องการ (Response to needs)

ภาพที่ 2 ชู 4 นิ้ว (นิ้วชี้-นิ้วกลาง-นิ้วนาง-นิ้วก้อย) สัญลักษณ์แทน 4 คุณลักษณะ

ที่มา พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์ (ผู้เขียน)

ส่วนประกอบสุดท้าย คือ STEMS ซึ่งเป็นกระบวนการคิดหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่มี 5 หลักด้วยกัน โดยที่ STEMS ก็จะเป็นอักษรย่อของแต่ละหลัก

ภาพที่ 3 ชู 5 นิ้ว แทนกระบวนการคิด S-T-E-M-S ที่มี 5 หลักด้วยกัน

ที่มา พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์ (ผู้เขียน)

หลักแรก คิดด้วยหลักเหตุ-ผล (Scientific thinking) เป็นการคิดวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เป็นการเจาะลึกเพิ่มเติมเพื่อให้ไดคำตอบว่าทำไมจึงเกิดขึ้น? (Why) เกิดขึ้นได้อย่างไร? (How) มีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่เป็นวิทยาศาสตร์ วัดได้ จับต้องได้ หลีกเลี่ยงการจินตนาการ คิดไปเอง

หลักที่สอง ค้นด้วยหลักภูมิปัญญาไทย-สากล (Thai/International Technology) สืบค้นวิธีการแก้ไขสถานการณ์นั้น ๆ จากภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศาสตร์พระราชา หลักการทรงงานของ ร.9 รวมไปถึงภูมิปัญญาต่างประเทศ เทคโนโลยีสากลที่เกี่ยวข้องที่เป็นวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ใช้ได้ผลมาก่อน

หลักที่สาม จัดด้วยหลักประสิทธิภาพและการสื่อสารสากล (English-Engineering) เป็นการจัดวิธีการแก้ไขสถานการณ์ตามข้อมูลที่ได้จากหลักเหตุ-ผล โดยดึงเอาวิธีการที่สืบค้นได้จากหลักภูมิปัญญา-สากล ประกอบกับทรัพยากรที่มี มาจัดวิธีการที่มีประสิทธิภาพ มีตัวชี้วัดความสำเร็จชัดเจน โดยแบ่งงานออกมาเป็น 3 กลุ่ม คือ งานตรง งานสื่อสาร และงานอ้อม กล่าวคือ งานตรงนั้นมุ่งแก้ไขสถานการณ์โดยตรง งานสื่อสารนั้นมุ่งสื่อสารทั้งภายในทีม ไปจนถึงการสื่อสารสู่ภายนอก เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

หลักที่สี่ คัดด้วยหลักตรระกะและคุณธรรม (Moral-Mathematics) เป็นการเอางานทั้ง 3 กลุ่มมาพิจารณาเพิ่มเติมว่ามีตรรกะสมเหตุสมผลและมีคุณธรรมหรือไม่ วิธีการที่จะทำนั้นแก้ที่ต้นเหตุหรือปลายเหตุ วิธีการที่จะทำนั้นคุ้มค่าหรือไม่ วิธีการที่จะทำนั้นใช้คน ใช้เครื่องมือเหมาะสมหรือไม่ วิธีการที่จะทำนั้นจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ วิธีการที่จะทำนั้นผู้ทำมีความสุขดีมีความพึงพอใจมากขึ้นหรือไม่ เป็นต้น หากไม่เหมาะสมก็ต้องแก้ไขปรับวิธีการหรือเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากขึ้น

หลักที่ห้า กรองด้วยหลักภูมิสังคม (Socio-geology) เป็นการเอางานทั้ง 3 กลุ่มมาพิจารณาเพิ่มเติมว่าวิธีการที่จะทำนั้นเหมาะสมกับภูมิสังคมหรือไม่ วิธีการที่จะทำนั้นเหมาะกับความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น ๆ หรือวัฒนธรรมองค์กรเองหรือไม่ นอกจากนั้นวิธีการที่จะทำนั้นจะต้องไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง เป็นต้น

ดังนั้น หากใช้อุปกรณ์ช่วยจำ 3-4-5 นี้เข้าช่วยแล้ว ก็น่าจะจำได้ง่ายขึ้น และเทคนิคที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือต้องรู้ ต้องเข้าใจความหมายของแต่ละอันก่อนที่จะจำ เช่น 3 ใน 3-4-5 นั้นหมายถึงอะไร ต้องรู้และเข้าใจก่อน แล้วท่านจะจำได้นาน

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา (2567), รายงานผลการดำเนินงาน เรื่อง หลักการและแนวทางการปฏิบัตินวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS สำหรับการสร้างสังคม รู้ รัก สามัคคี มีสันติสุขยั่งยืน, สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.

พหล สง่าเนตร, พลเอก (2568), ยุทธศาสตร์ชาติ: ยุทธศาสตร์สตาร์สะเต็มส์ STAR STEMS STRATEGY, ธนอรุณการพิมพ์, 2568.

สมเกียรติ สัมพันธ์, พลโท (2568), powerpoint, เอกสารประกอบการฝึกประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS แบบปิดจังหวะ (ทีละขั้นตอน), 2568

ด้วยความปรารถนาดีจาก

พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์

ฝ่ายวิชาการและการวิจัย มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *