Skip to content

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ สู่ยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ด้วย STAR STEMS

ภัยคุกคามโรคระบาดใหญ่ COVID 19 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กระบวนการคิดและวิธีปฏิบัติเดิมของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการคิดในระดับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ใช้อยู่เป็นปกติใช้ไม่ได้ผล ไม่สามารถรับกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทั้งชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมไปจนถึงดุลอำนาจของมหาอำนาจ ผลจาก COVID 19 ทำให้โลกต้องเปลี่ยนวิถีอย่างฉับพลันเข้าสู่ยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่(New Normal)” บุคคลต้องคิดใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ทุกองค์กรต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดการจัดการ ทุกประเทศต้องเปลี่ยนกระบวนการคิดในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์  กระบวนการคิด STAR STEMS ซึ่งประสบผลสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาสร้างคนไทยยุคใหม่ จึงน่าจะเป็นกระบวนการคิดสำหรับการเตรียมสู้วิกฤตของทุกองค์กร ทุกประเทศ และเป็นกระบวนการคิดที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ในอนาคต

STAR STEMS คืออะไร

ภาพที่ ๑ : กระบวนการคิด STAR STEMS

ภาพที่ ๒ : องค์ประกอบของกระบวนการคิด STAR STEMS

STAR STEMS

              : คือนวัตกรรมทางความคิด ที่เสนอโดยพล.อ.พหล สง่าเนตร ในนามคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ต่อ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาของชาติ

              : คือกระบวนการคิดแบบองค์รวม ที่บูรณาการทั้งปัจจัยที่มองเห็นและปัจจัยที่มองไม่เห็น เชื่อมโยงอดีตปัจจุบันและอนาคต ครอบคลุมตัวเราสังคมและโลก แก้ปัญหาด้วยภูมิปัญญารอบด้านและพัฒนาจิตวิญญาณ ไปพร้อมกัน โดยมีคุณลักษณะสำคัญ คือ
                            -คิดรอบคอบรอบด้าน

                            -บนพื้นฐานคุณธรรม

                             -น้อมนำคุณค่าท้องถิ่น, คุณค่าไทย

                             -เข้าใจภูมิสังคม

                             : คือกระบวนการคิดที่สร้างคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีวินัย รักภูมิใจในชาติ มีคุณลักษณะครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. ๒๕๖๐, มาตรา ๕๔, วรรค ๔ ที่ว่า
                                “การศึกษาทั้งปวงต้องพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญตามความถนัด และมีความรับผิดชอบต่อ ครอบครัว ชุมชน สังคม  และประเทศชาติ”

                             : คือกระบวนการร่วมคิดบูรณาการ ๕ ด้าน โดยมีองค์ประกอบ ๓ ส่วน ได้แก่
                               ๑. SBL = Situation-Based Learning, คือโจทย์สถานการณ์ที่สนใจศึกษา ต้องการคำตอบ
                               ๒. STAR = ผลลัพธ์หรือเป้าหมาย ที่ต้องการจากการแก้โจทย์สถานการณ์
                                      คือปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่จุดศูนย์ดุลของโจทย์สถานการณ์ อาจมีเพียงประเด็นเดียว
                                      หรือหลายประเด็น แต่ไม่ควรมากเกินไป
                                ๓. STEMS = กระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการ
                                      ประกอบด้วยการคิด ๕ ด้าน : S-T-E-M-S ได้แก่

                                        – S : Scientific Thinking = ด้านเหตุและผล,
                                         คิด พิจารณาเหตุที่มาของสถานการณ์ และ คิดถึงผลผลิตที่ต้องการให้เกิดขึ้นซึ่งจะ
                                         นำไปสู่ผลลัพธ์ (STAR) ที่ตั้งเป้าหมายไว้

                                      – T : Thai & Inter –Technology = ด้านภูมิปัญญาไทยและสากล, 
                                          ค้น จากหลักวิชา เทคนิค และเทคโนโลยี ทั้งเทคโนโลยีสากล ภูมิปัญญาไทย และ
                                          ปัญญาท้องถิ่น  เพื่อพิจารณาหาวิธีปฏิบัติแก้สถานการณ์ ให้ได้ผลผลิตที่ต้องการ

                                        – E : English- Engineering = ด้านประสิทธิภาพ (ทั้งระบบงาน และ การสื่อสาร),
                                          จัด ระบบการปฏิบัติงานรวมทั้งการสื่อสารสร้างความเข้าใจทั้งไทยและสากล
                                          เพื่อให้การแก้สถานการณ์เป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

                                        – M : Moral-Mathematics = ด้านตรรกะและคุณธรรม,
                                          พิสูจน์ ระบบการปฏิบัติงาน และการสื่อสารสากล ที่กำหนดไว้ ว่าสามารถ
                                          นำไปสู่ผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยตรรกะและหลักวิชา รวมทั้งการ
                                          พิสูจน์ว่าการปฏิบัติงานนั้นไม่ขัดต่อหลักคุณธรรมของสังคม 

           – S : Socio-Geology = ด้านภูมิสังคม,
                                           ตรวจสอบ ระบบการปฏิบัติงานและการสื่อสารสากลที่จัดไว้  ว่ามีความ
                                           เหมาะสม สอดคล้อง เกื้อกูล กับสภาพภูมิสังคมของพื้นที่โจทย์สถานการณ์

จุดแข็งของ STAR STEMS

กระบวนการคิด STAR STEMS มีคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง ๓ ประการ ทำให้เป็นกระบวนการคิดที่เหมาะกับยุค “ ฐานวิถีชีวิตใหม่ (New normal) ” และมีประสิทธิภาพพร้อมรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต จุดแข็งดังกล่าว ได้แก่ :-
              ๑. ความเหมาะสม (Suitability) สามารถแก้ปัญหาได้จริง เพราะมีกระบวนการคิดครบวงจร เริ่มคิดจากเหตุที่มาของสถานการณ์ จนถึงผลผลิตที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์
              ๒. ความครบเครื่อง (Sophistication)  พิจารณาวิธีการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบรอบด้าน ทั้งปัจจัยที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ใช้หลักวิชา เทคนิค และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เป็นสากลทันสมัย และที่สำคัญนำภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมพิจารณาด้วย   

              ๓. ความยั่งยืน (Sustainability) สามารถแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากจะพิจารณาถีงประสิทธิภาพของการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาแล้ว ยังให้ความสำคัญต่อการสื่อสารสร้างความเข้าใจทั้งระดับท้องถิ่นและระดับสากล การพิสูจน์ด้วยตรรกะหลักวิชา และด้วยคุณธรรม รวมทั้งการตรวจสอบความเหมาะสมเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคม การใช้กระบวนการคิด STAR STEMS จึงสามารถแก้สถานการณ์ที่ยุ่งยากซับซ้อน นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน มีประสิทธิภาพ และอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี

ทุกประเทศย่อมต้องกำหนดวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายในอนาคตของประเทศ ซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดร่วมกันของประชาชนของตน โดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นแนวทางในการเตรียม พัฒนา และใช้ ทรัพยากรรวมทั้งพลังอำนาจทั้งปวงของชาติ เพื่อนำประเทศไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ ในกรณีของประเทศไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ

ในส่วนของเป้าหมายอนาคต ประเทศไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์ ๒๐ ปี ไว้ชัดเจน นั่นคือ
              “ ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”

การไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าวขับคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ชาติ  (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)  ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ ๖ ด้าน โดยยุทธศาสตร์ด้านที่ ๓ คือ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นการพัฒนาคนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของพลังอำนาจของชาติทุกด้าน ดังนั้นยุทธศาสตร์ด้านที่ ๓ จึงถือเป็นศูนย์ดุลของความสำเร็จของยุทธศาสตร์ชาติ

ภาพที่ ๓ : ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี

ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๓ กำหนดการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนทั้งด้านสุขภาพ ปัญญาความคิด และจิตวิญญาณ ในส่วนของการพัฒนาภูมิปัญญาและจิตวิญญาณใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือหลัก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ คุณภาพการเรียนรู้ การสร้างระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ดังนั้นความสำเร็จของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ ๓ ให้ไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนด จึงอยู่ที่การจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ ว่าเหมาะสมมีคุณภาพและประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่

ทำไมต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้วย STAR STEMS

วิกฤต COVID 19 ได้ชี้ชัดเจนว่า กระบวนการคิดแบบเดิมที่เน้น ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แสนยานุภาพสำหรับสงครามตามแบบ เสรีประชาธิปไตยสุดขั้ว และกิจกรรมการรวมตัวทางกายภาพในสังคม เป็นสิ่งล้าสมัยไม่สามารถสู้วิกฤตยุคใหม่ได้ กลับเป็นตัวขยายผลก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงรวดเร็วจนเกินเยียวยา มีผู้ป่วยกว่า ๕ ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตหลายแสนคนทั่วโลก

ในขณะที่ประเทศไทยได้ปรับกระบวนคิดใหม่ในการจัดการแก้ปัญหา ให้สุขภาพสำคัญกว่าเสรีภาพ ใช้การสื่อสารสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น บูรณาการทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวร่วมกันสู้วิกฤต บนพื้นฐานของศักยภาพด้านสาธารณสุขของประเทศและภาคท้องถิ่นที่เข้มแข็ง น้ำใจแห่งความเมตตาเอื้ออาทร และวิถีชีวิตพอเพียงแบบไทย สามารถควบคุมสถานการณ์วิกฤตได้ สร้างความมั่นใจให้แก่คนไทยที่อยู่ในประเทศและคนไทยทั่วโลก รวมทั้งเป็นที่ชื่นชมเป็นแบบอย่างสำหรับนานาชาติ การแก้ปัญหาของไทยได้พิจารณาทั้งด้าน เทคโนโลยีทันสมัย ภูมิปัญญาไทย การสื่อสาร คุณธรรม และความสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม  นี่คือกระบวนการคิดรอบด้านแบบ STAR STEMS

            ความสำเร็จของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติอยู่ที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการศึกษาเป็นเครื่องมือหลัก จากข้อมูลเชิงประจักษ์หลายประการพบว่า กระบวนการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถนำไปสู่เป้าหมายได้

การประชุมรับฟังความคิดเห็นรายงานสภาวะการศึกษาไทยปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒  ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า คุณภาพการศึกษาของไทยยังไม่ดี ผลผลิตยังไม่ตอบโจทย์ของชาติ หลักสูตรต้องปรับเปลี่ยนให้ผู้เรียนวิเคราะห์เป็น เรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้จักแก้ปัญหา ฝึกปฏิบัติ เรียนรู้จากโลกของการทำงานจริง สร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งความรู้ ความฉลาด ทักษะการทำมาหากิน  ทักษะด้านอารมณ์ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม           คนไทยยังสร้างปัญหาในสังคมปรากฏเป็นข่าวประจำทุกวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากความไม่มีวินัย ไม่มีคุณธรรม  ผลสำรวจปัญหาของสังคมจากสวนดุสิตโพล เมื่อ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๐ พบว่าปัญหาที่คนไทยต้องการแก้ไขโดยด่วน ล้วนมีเหตุจากการขาดคุณธรรม จริยธรรม วินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม

ภาพที่ ๔ : ปัญหาสังคมในสายตาคนไทย

ที่มา : มติชนออนไลน์

ปัญหาต่าง ๆ ทางสังคมของไทยที่เกิดขึ้นมากมายนั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ปยุต ปยุตโต) ได้เคยแสดงพระธรรมเทศนาและรวบรวมไว้ในหนังสือ “อุดมธรรม นำจิตสำนึกของสังคมไทย ” ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๗ สรุปว่า  ปัญหาทั้งปวงเกิดจากสภาพจิตสำนึกของคนไทย คือ มองแคบ คิดใกล้ ใฝ่ต่ำ ต้องเปลี่ยนให้เป็นมองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง

จากข้อมูลดังกล่าว สรุปได้ว่า การจัดการศึกษาพัฒนาคนไทยต้องเปลี่ยนแปลง ต้องเพิ่มความสำคัญด้านจิตวิญญาณ วินัย คุณธรรม จริยธรรม ความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ความรู้สึกรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ความเข้าใจในคุณค่าของบรรพชนและความเป็นไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านปัญญาความคิด สามารถคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ ทักษะการดำรงชีวิต และเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  นั่นคือต้องใช้กระบวนการคิด STAR STEMS

              บทเรียนจากความสำเร็จของไทยในการสู้วิกฤต COVID 19 ประกอบกับข้อมูลด้านการศึกษาและปัญหาจิตสำนึกของคนไทย ตามที่กล่าวมาแล้ว ชี้ชัดว่า
             ประเทศไทยยุค “ ฐานวิถีชีวิตใหม่ ” ต้องใช้กระบวนการคิดใหม่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ ๓ ประเทศไทยต้องใช้กระบวนการคิด STAR STEMS  ปฏิรูปการเรียนรู้ พัฒนาคนไทยทั้งด้านปัญญาความคิดและจิตวิญญาณ เพื่อให้ได้คนไทยที่มีคุณลักษณะและขีดความสามารถครบถ้วนตามต้องการ นอกจากนี้ STAR STEMS ยังควรนำมาประยุกต์ใช้ขับเคลื่อนอีก ๕ ยุทธศาสตร์ เพื่อนำประเทศไทยไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์

ความเป็นมาของ STAR STEMS

คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) โดยพล.อ.พหล สง่าเนตร ได้เสนอกระบวนการคิด  STAR STEMS ให้เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับการจัดการเรียนรู้ เพื่อปฏิรูปการศึกษาสร้างคนไทยให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับศตวรรษที่ ๒๑ และครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งสภาวะแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ นโยบายของชาติ คุณลักษณะของเยาวชนรุ่นใหม่ การพัฒนาคนตามหลักสากล การพัฒนาคนตามแนวพุทธ การดำรงคุณค่าความเป็นไทย หลักศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ภาพที่ ๕ : กรอบความคิดพิจารณาระบบการเรียนรู้ใหม่

ผลของการพิจารณา ได้เครื่องมือสำคัญ คือกระบวนการคิด STAR STEMS  ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก สปท. ให้เป็นแนวทางปฏิรูปการศึกษาของชาติ และเมื่อ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๙ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามเห็นชอบ รวมทั้งมีบัญชาให้ดำเนินการในปี ๒๕๖๐ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ร่วมกับสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำโครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบจำนวน ๖๘ โรงเรียน และมีโรงเรียนเอกชนสนใจร่วมโครงการอีกประมาณ ๑๐๐ โรงเรียน ต่อมาในปี ๒๕๖๒ คณะกรรมการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ เพื่อทดลองจัดการศึกษาตามแนวคิด STAR STEMS สร้างคนดี มีวินัยภูมิใจในชาติ ร่วมกับโรงเรียนต้นแบบ ๔ โรงเรียน ในพื้นที่ ๓ ภาค

ภาพที่ ๖ : การขับเคลื่อน STAR STEMS

ผลการประเมินพบว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STAR STEMS  สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีผลกระทบต่อระบบการศึกษา บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณของนักเรียนครบถ้วนทุกประการ การพัฒนาเกิดขึ้นควบคู่กันไปทั้ง ๒ มิติ คือ

-การพัฒนาส่วนบุคคล, นักเรียนแต่ละคนพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณของตน ไปตามลำดับของกระบวนการคิด S-T-E-M-S

-การพัฒนาร่วมกัน, การเรียนรู้ร่วมกันทั้งนักเรียน ครู และชุมชน ช่วยพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน ในระหว่างร่วมกันแก้โจทย์สถานการณ์

นอกจากนี้ยังพบว่าการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STAR STEMS มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับให้ครอบคลุมโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ทุกด้านได้ และอ่อนตัวเปิดกว้างให้นำโครงการ โครงงานหรือแนวคิดอื่นมาประสานร่วมด้วยได้  ทั้งยังสร้างเสริมการมีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศที่ดีของการเรียนรู้ร่วมกัน ตลอดจนสร้างความพึงพอใจอย่างสูงแก่โรงเรียน ครู นักเรียน และชุมชนของโรงเรียนที่ร่วมโครงการ จนมีคำกล่าวว่า   “ All Missions, One Solution : STAR STEMS ”

บทบาทของ STAR STEMS

STAR STEMS ได้เริ่มบทบาทปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๙ พัฒนาเยาวชนไทยสร้างความเป็นคนดี มีวินัย รักภูมิใจในชาติ เป็นพลังของการสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน  STAR STEMS ยังได้ขยายบทบาทสู่การปฏิวัติความคิดของภาคประชาสังคม มีการจัดอบรมบุคลากรจำนวน ๒ รุ่น ประมาณ ๘๐คน ให้สามารถนำ STAR STEMS ไปใช้พัฒนาคนพัฒนางานในองค์กรของตน ในปี ๒๕๖๒ ภาคประชาสังคมได้จัดทำโครงการ “STARS STEMS Workplace For Health Promotion”  มี ๕๓ สถานประกอบการทั้งสถานประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และเครือข่ายข้ามชาติ เข้าร่วม ทุกสถานประกอบการสามารถปรับระบบงานเข้ากับแนวคิด STAR STEMS ได้โดยไม่มีปัญหา และพบว่าการพัฒนาคนพัฒนางานขององค์กรดำเนินการไปพร้อมกันได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ ครบถ้วนและลดภาระงานลงจากเดิม สร้างการเป็นองค์กรแห่งความสุข  หลายองค์กรแสดงความพร้อมและความตั้งใจที่จะเป็นเครือข่ายช่วยแนะนำขยายแนวคิด STAR STEMS ไปสู่สถานประกอบการอื่นต่อไป
              STAR STEMS ยังได้ไปเผยแพร่แนวคิดในต่างประเทศ  เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓, องค์กร Safe Mind (Myanmar) Project ,SMMP : ของประเทศเมียนมาร์ ได้ร่วมกับ Federation of Myanmar Engineering Societies จัดการสัมมนาในหัวข้อ “ STAR STEMS, tool for innovative Mindset to Workplace Safety System” ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ มีผู้เข้าร่วมกว่า ๑๒๐ คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายบริหาร วิศวกร และฝ่ายพัฒนาบุคลากร ของสถานประกอบการต่าง ๆ ผู้ร่วมสัมมนาทุกคนประทับใจและเชื่อมั่นว่า กระบวนการคิด STAR STEMS  เป็นกระบวนการคิดที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการพัฒนาคนและพัฒนางานไปพร้อมกัน  และเตรียมที่จะขยายกิจกรรมสัมมนา STAR STEMS ต่อไป

ภาพที่ ๗ : การสัมมนา STAR STEMS ที่ประเทศเมียนมาร์

กระบวนการคิด STAR STEMS ได้แสดงบทบาทชัดเจนและประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับ ในการปฏิรูปการศึกษา และการปฏิวัติความคิดพัฒนางานพัฒนาคนในภาคประชาสังคม สำหรับอนาคต ในสภาวะการณ์ของโลกที่แปรปรวนหลากหลายร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิด STAR STEMS ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่บูรณาการรอบด้านทั้งปัจจัยที่มีตัวตนและปัจจัยที่ไม่มีตัวตน และมีความยืดหยุ่นครอบคลุมทุกมิติ จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการพัฒนาภูมิปัญญาและจิตวิญญาณของสังคม สร้างสังคมสันติสุขยั่งยืนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นำชาติผ่านพ้นพิบัติภัยต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย

สรุป

โลกยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่”  มาถึงโดยไม่มีใครคาดคิด  วิกฤต COVID 19 ชี้ชัดเจนว่า ทุกชาติต้องหากระบวนการคิดใหม่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เตรียมศักยภาพของชาติให้พร้อมรับวิกฤตครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น และสามารถเดินหน้านำประเทศสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ในอนาคต 

              กระบวนการคิด STAR STEMS คือกระบวนการคิดแบบองค์รวม บูรณาการรอบด้านครอบคลุมพลังอำนาจของชาติทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณธรรม การสื่อสารสร้างความเข้าใจ และความสอดคล้องเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคม จึงเป็นกระบวนการคิดที่เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ที่ต้องพึ่งตนเอง มีวินัย มีคุณธรรมเมตตาเอื้ออาทรแก่กัน

              สำหรับประเทศไทย กระบวนการคิด STAR STEMS จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติทั้ง ๖ ด้านให้ไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ คือ เป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นประเทศพัฒนาแล้วตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้อย่างครบถ้วนทุกประการ

บรรณานุกรม

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ : รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐, สำนักการพิมพ์
     สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๖๐.
คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป
     ประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ : แนวทาง การใช้รูปแบบการปลูกฝัง  
     เยาวชนให้เป็น “พลเมืองดี วินัยเด่น” : คนดี มีวินัย รักภูมิใจชาติ สามารถเชี่ยวชาญตามความถนัด
     มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด
     “STAR STEMS” , มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย, พี.แอนด์.พี ปริ้นติ้ง พีเพรส, พิมพ์ครั้งที่ ๒,
     ธันวาคม ๒๕๕๙.
คณะอนุกรรมาธืการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป
     ประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ : รายงานสรุปผลการดำเนินงานระหว่าง
     เดือนธันวาคม ๒๕๕๘-เดือนมกราคม ๒๕๖๐, สำนักกรรมาธิการ ๓, สำนักงานเลขาธิการสภา
     ผู้แทนราษฎร, ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, มกราคม
     ๒๕๖๐.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) : อุดมธรรม นำจิตสำนึกของสังคมไทย, กองทุน ธรรมะ ทำ ธรรมะ
     ธรรมสถานหาดทรายแก้ว ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา, บริษัท สหธรรมิก จำกัด, พิมพ์ครั้งที่ ๔,
     ตุลาคม ๒๕๓๗.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ : การประชุมรับฟังความคิดเห็นรายงานสภาวะ
     การศึกษาไทยปี ๒๕๖๑/๒๕๖๒ เมื่อ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒, กรุงเทพธุรกิจ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ : การประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะ
     กิจ ด้านการสร้างพลเมืองดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต,
     สำนักงานเลขาธิการสภารศึกษา, ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒.
สวนดุสิตโพล : ผลสำรวจสภาพปัญหาของสังคมไทย เมื่อ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๐, มติชนออนไลน์ ๑๑
     พฤษภาคม ๒๕๖๓. พล.อ.พหล สง่าเนตร : ppt.การบรรยายเรื่อง “STAR STEMS ปฏิวัติกระบวนการคิดใหม่ สร้างคนดี มี
     วินัย รักไทย นำไทยสู่อนาคต”, บรรยายพิเศษในงาน “ STAR STEMS 2019, พลเมืองดี วินัยเด่น ดาว
     เดียวกันไปด้วยกัน ” : การแถลงผลของคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ด้านการสร้างพลเมือง
     ดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ, ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการ, แจ้งวัฒนะ, กทม., ๒๙ ตุลาคม
     ๒๕๖๒

โดย พล.อ.พหล สง่าเนตร

1 thought on “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ สู่ยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ด้วย STAR STEMS”

  1. Pingback: ยุทธศาสตร์บูรณาการนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS : การจัดการสภาวการณ์ในชีวิตประจำวันผ่านพหุวิทยาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *