โดย นางสาวกัณฐิกา ทรายคำ ครูชำนาญการ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 60 จังหวัดเชียงใหม่
บทนำ
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความมั่นคง ได้ส่งผลให้ “ทรัพยากรมนุษย์” กลายเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงของรัฐชาติอย่างมีนัยสำคัญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ของประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนในฐานะศูนย์กลางของการพัฒนา โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว
ในบริบทดังกล่าว การจัดการศึกษาไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิชาการ หากแต่ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงโครงสร้างในการพัฒนาความสามารถในการดำรงชีวิต (life competencies) ความสามารถในการประกอบอาชีพ (occupational competencies) และคุณลักษณะของพลเมือง (civic attributes) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนการศึกษาพิเศษและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54
บทวิเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความเชื่อมโยงเชิงระบบระหว่าง นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยแสดงให้เห็นว่า STAR STEMS สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงปฏิบัติ (implementation mechanism) ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติจากระดับนโยบายสู่ระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

1. STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มิติความมั่นคงของมนุษย์
ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเสถียรภาพของประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) ซึ่งครอบคลุมการเข้าถึงการศึกษา อาชีพ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี STAR STEMS สนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าวผ่านการพัฒนานักเรียนให้มีวินัย ความรับผิดชอบ และภูมิคุ้มกันทางความคิด (cognitive resilience) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเปราะบางทางสังคมและป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ด้อยโอกาส การใช้โรงเรียนเป็นฐานการพัฒนาคนตามแนวคิด STAR STEMS ช่วยให้การจัดการศึกษาทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงป้องกันล่วงหน้า (preventive approach) มากกว่าการแก้ไขปัญหาในระยะปลายน้ำ
2. STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ STAR STEMS ดำเนินการภายใต้กรอบการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education) โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่คำนึงถึงศักยภาพเฉพาะบุคคลของผู้เรียนเป็นสำคัญ การบูรณาการการเรียนรู้เชิงสถานการณ์ (Situation-Based Learning) และการเรียนรู้เชิงโครงงาน (Project-Based Learning) ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สำหรับนักเรียนการศึกษาพิเศษ แนวทางดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพตามความสามารถของตนเอง ลดข้อจำกัดของการวัดผลแบบมาตรฐานเดียว และสอดคล้องกับหลักการพัฒนาคนตามศักยภาพที่รัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติให้ความสำคัญ
3. STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ให้มีทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ STAR STEMS เชื่อมโยงการจัดการศึกษาเข้ากับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการฝึกอาชีพและการสร้างประสบการณ์การทำงานจริง ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และการสร้างรายได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการถูกกันออกจากระบบเศรษฐกิจในอนาคต การพัฒนาทักษะอาชีพในกลุ่มนักเรียนการศึกษาพิเศษยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม โดยการเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีคุณภาพและลดภาระทางสังคมในระยะยาว
4. STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มประชากรสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเป็นธรรม STAR STEMS สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าวผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นความเสมอภาคเชิงศักยภาพ (equity-based approach) โดยปรับกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละรายบุคคล แนวทางนี้ช่วยให้เด็กการศึกษาพิเศษและเด็กด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาอาชีพได้อย่างแท้จริง และมีบทบาทในสังคมในฐานะพลเมืองที่มีคุณค่า
5. STAR STEMS กับยุทธศาสตร์ชาติด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการภาครัฐ
ในมิติของการเติบโตอย่างยั่งยืน STAR STEMS สนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่าและการเสริมสร้างศักยภาพของโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน นอกจากนี้ ลักษณะการพัฒนานวัตกรรมจากบริบทพื้นที่จริงยังสอดคล้องกับแนวคิดการบริหารภาครัฐแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (results-based management) และการขับเคลื่อนนโยบายจากล่างขึ้นบน (bottom-up approach)
บทสรุป
จากการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ พบว่า STAR STEMS เป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีความสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในหลายมิติ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านความมั่นคง และด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ทั้งยังเป็นกลไกเชิงปฏิบัติที่นำยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การดำเนินงานจริงในระดับพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาเด็กการศึกษาพิเศษและเด็กด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิต และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของประเทศในระยะยาว