Skip to content

เจาะลึกสถานการณ์โจทย์ SBL (Situation-Based-Learning)

ในนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS จะมีขั้นตอนแรกเลยก็คือการกำหนดสถานการณ์โจทย์ SBL ที่ย่อมาจาก Situation-Based-Learning ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขสถานการณ์ ขั้นตอนนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทั้งหมด หากเริ่มต้นได้ไม่ดี ขั้นตอนต่อไปก็จะได้ผลออกมาไม่ดีตามมา เหมือนกับคำเปรียบเปรยที่ว่า หากติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อ ๆ มา ก็ย่อมผิดแน่นอน ถ้าหากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย และต้องร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ด้วยแล้ว จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ตรงกันให้มากพอก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

คำถามง่าย ๆ ก็คือสถานการณ์ที่กล่าวถึงนี้ ท่านมองออกหรือไม่? ท่านเข้าใจว่านวัตกรรมทางปัญญาสามารถนำมาใช้หาวิธีการแก้ไขสถานการณ์นั้นได้หรือไม่? ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ได้กัน

ตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่สามารถใช้ STAR STEMS หาวิธีแก้ไขได้
ภาพที่ 1 ตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่สามารถใช้ STAR STEMS หาวิธีแก้ไขได้

ที่มา พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์ (ผู้เขียน)

ตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS หาวิธีการแก้ไขได้ จะเห็นว่าบางสถานการณ์เป็นเรื่องส่วนตัว บางเรื่องก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว บางเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม บางเรื่องเป็นสภาพปัญหาในระดับชาติ

ภาพที่ 2 ตัวอย่างสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงรอบตัวเรา และสามารถนำมาเป็นสถานการณ์โจทย์ (SBL) ได้

ที่มา พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์ (ผู้เขียน)

ในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการหาวิธีการที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น เพื่อนำมาแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้ ตามที่ท่านผู้ให้กำเนิด STAR STEMS พลเอก ดร.พหล สง่าเนตร ได้กล่าวไว้ว่า All missions, One solution, STAR STEMS. อาจแปลความหมายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ STAR STEMS หาวิธีการแก้ไขสถานการณ์นั้นได้หมด

สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS กล่าวคือ ตัวกระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS เอง ไม่ได้เป็นดั่งคาถาหรือมนต์ใดๆ ที่ผู้ใช้เอาแต่ท่องหรือบนบานแล้วจะทำให้ได้วิธีการแก้ไขสถานการณ์ออกมา แต่เป็นกระบวนการที่ผู้ใช้ต้องร่วมกันคิดร่วมกันวิเคราะห์ร่วมกันออกแบบวิธีการแก้ไขกันเองตามกระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS จนได้วิธีการที่ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าดีที่สุดเหมาะสมที่สุดในเวลานั้น

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมอยู่ในสถานการณ์จริง กล่าวคือ ทั้งสถานการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมกันแก้ไขสถานการณ์นั้น เป็นของจริง ไม่ใช้การสมมติ การกำหนดสถานการณ์โจทย์ SBL ในที่นี้ก็เป็นแค่ตีกรอบที่ทุกคนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น (What) เกิดขึ้นที่ไหน (Where) เกิดขึ้นเมื่อไหร่ (When) เป็น 3 ประเด็นที่สำคัญที่มากเพียงพอจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะเข้าใจตรงกันก่อนที่จะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปตามกระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ทั้งนี้จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์เพิ่มเติมในขั้นตอนต่อๆ ไป เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ว่าทำไมถึงเกิดสถานการณ์นี้ขึ้น (Why) และ เกิดขึ้นได้อย่างไร (How) ซึ่งอาจจะต้องใช้การคิดด้วยหลักเหตุ-ผล หรือการคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนพื้นของข้อเท็จจริงที่มากขึ้นเพื่อให้เกิดการยอมรับกันภายในกลุ่ม

ยกตัวอย่างของการกำหนดสถานการณ์โจทย์ เช่น เกิดปัญหา PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานขึ้นในอำเภอ…ของเราในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือ ปัญหาครอบครัวของเราที่รายได้ไม่พอกับรายจ่ายในตอนนี้ เป็นต้น ซึ่งก็จะมีระบุอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น? เกิดขึ้นที่ไหน? และเกิดขึ้นเมื่อไหร่? แต่ถ้าจะบอกสถานการณ์โจทย์ว่า “ปัญหา PM 2.5” เพียงเท่านี้ จะกว้างมากเกินไปจนทำให้คนที่จะร่วมกันแก้ไขสถานการณ์นี้อาจจะเข้าใจไม่ตรงกันได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลวในการแก้ไขสถานการณ์ในที่สุดได้

สำหรับการฝึกประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS สถานการณ์โจทย์ SBL จะมีที่มา 2 แบบ คือ 1) เป็นสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง อาจจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องบางส่วนเคยอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย หรืออาจจะไม่มีสักคนเลยก็ได้ โดยที่ผู้ที่ร่วมในการฝึกแก้ไขสถานการณ์นั้น ก็ต้องสมมติว่าตนเองเกี่ยวข้องอยู่ในบทบาทสมมติว่าเป็นอะไร มีหน้าที่อะไรในสถานการณ์นั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกแก้ไขสถานการณ์ให้สมจริงให้มากที่สุดนั่นเอง 2) ทั้งสถานการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นการสมมติขึ้น ซึ่งก็ต้องสมมติบริบท สภาพแวดล้อมต่าง ๆ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องแต่ละท่านขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อใช้ในการฝึกประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS เพื่อการหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์นั้น ทั้งสองกรณีนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสมมติบทบาทของแต่ละคนขึ้น ย่อมเป็นธรรมดาที่ทุกอย่างที่ตามมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่สมมติขึ้นทั้งสิ้น บางครั้งอาจจะเกินเลยไปจากความเป็นจริง จนอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจว่านวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS จะใช้ได้ในชีวิตจริง ดังนั้นการใช้สถานการณ์สมมตินั้น ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตัวอย่างเช่นใช้ในการฝึกอบรมนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในหลักสูตรที่มีผู้เข้ารับการอบรมมาจากหลากหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นการยากที่จะหาสถานการณ์ฝึกที่เป็นเรื่องจริง ยกเว้นในบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในระหว่างการเรียนในหลักสูตรนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น หากมีกิจกรรมเพื่อสังคมที่สามารถร่วมกันได้ในหลักสูตร ซึ่งสามารถใช้กิจกรรมลักษณะนี้เป็นสถานการณ์โจทย์ SBL ตามกระบวนการของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ได้เลย ซึ่งจะได้สบโอกาสฝึกประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ได้เลย ซึ่งจะเป็นการดีที่ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นได้

ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในชีวิตจริง สำหรับสถานการณ์ที่ผู้ที่จะแก้ไขสถานการณ์ไม่ใช้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไปคิดแก้ไขสถานการณ์ของผู้อื่น นั้นควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากผู้ที่จะแก้ไขสถานการณ์ไม่ใช้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง การแสดงความคิดเห็น การหาข้อเท็จจริง การหาข้อมูลต่าง ๆ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ล้วนแล้วแต่เป็นการคาดการณ์ เดาเอาว่าผู้นั้นจะคิดแบบนั้น จะเห็นแบบนี้ เมื่อแต่ละคนที่พยายามจะแก้ไขนั้นได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ออกมาให้กลุ่ม ก็ไม่ได้ข้อยุติอยู่ดี จะได้แค่เพียงสมมติว่าอย่างนั้น อย่างนี้ นอกจากจะทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แล้ว การทำเช่นนี้รังแต่จะสร้างความแตกแยกทางความคิดในกลุ่มมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก ทั้งนี้เนื่องจาก ไม่ได้ข้อยุติในแต่ละขั้นตอน อาจเสียเวลาถกแถลงตามความคิดเห็นชองตน ยกเว้นว่าจะตีกรอบสถานการณ์ที่กว้างขวางและเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมาย ให้ได้กรอบหรือขอบเขตเพียงว่าผู้ที่ร่วมกันแก้ไขนั้นมีความเกี่ยวข้องในฐานะอะไร ในบทบาทอะไรในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการเข้าใจที่ไม่ตรงกันที่จะเกิดขึ้นตามมานั่นเอง

สำหรับการกำหนดสถานการณ์โจทย์ในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ชัดเจน ผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมักจะเป็นผู้กำหนดสถานการณ์โจทย์ SBL ให้กับผู้บังคับหน่วยรองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสถานการณ์ (งานขององค์กร) นั้น รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากบทความแนวทางการประยุกต์ใช้ STAR STEMS ในการบริหารจัดการหน่วยงาน ของผู้เขียนเอง

โดยสรุป การกำหนดสถานการณ์โจทย์ SBL นั้น เพื่อให้ทุกคนในกลุ่มผู้ที่จะร่วมกันหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์นั้น ควรจะใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและมีผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในกลุ่มด้วยให้มากที่สุด ทั้งนี้กระบวนการตามนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS นั้นไม่จำเป็นต้องใช้สถานการณ์สมมติเพื่อที่จะได้เข้าใจเลย แต่กลับเป็นข้อเด่นที่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์จริงได้เลย ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สถานการณ์สมมติ ยกเว้นว่ามีความจำเป็นจริง ๆ เพื่อให้ทุกคนในกลุ่มได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ไม่เข้าใจที่คลาดเคลื่อนออกไปคนละทิศคนละทาง โดยควรจะตอบให้ได้ว่า เกิดอะไรขึ้น (What) เกิดขึ้นที่ไหน (Where) และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ (When) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการใช้คำที่มีความหมายที่กว้างเกินไปมาอธิบายสถานการณ์โจทย์ SBL และเพื่อให้เข้าใจในบทบาทของตนเองที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ชัดเจนและตรงกันกับผู้อื่นที่อยู่ในกลุ่มด้วย นั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา (2567), รายงานผลการดำเนินงาน เรื่อง หลักการและแนวทางการปฏิบัตินวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS สำหรับการสร้างสังคม รู้ รัก สามัคคี มีสันติสุขยั่งยืน, สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.

พหล สง่าเนตร, พลเอก (2568), ยุทธศาสตร์ชาติ: ยุทธศาสตร์สตาร์สะเต็มส์ STAR STEMS STRATEGY, ธนอรุณการพิมพ์, 2568.

สมเกียรติ สัมพันธ์, พลโท (2568), powerpoint, เอกสารประกอบการฝึกประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS แบบปิดจังหวะ (ทีละขั้นตอน), 2568

ด้วยความปรารถนาดีจาก

พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์

ฝ่ายวิชาการและการวิจัย มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *