สังคมไทยในโลกยุคใหม่ New Normal ต้องเผชิญกับความท้าทายจากภัยคุกคามหลายประการ ทั้งที่เป็นภัยต่อเนื่องจากภัยคุกคามเดิม และภัยที่มากับโลกยุคใหม่ ซึ่งล้วนรุนแรง ร้ายแรง แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว และเสริมเพิ่มพลังกันจนแทบจะไม่สามารถเอาชนะได้ นอกจากนี้สภาวะของสังคมไทยยังมีความเปราะบางหลายประการ ทำให้ภัยต่าง ๆ สามารถขยายผลเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความสงบสันติจนเกินคาดคิด การที่สังคมไทยจะสามารถเอาชนะภัยคุกคามเหล่านี้ไปสู่สันติสุขยั่งยืนได้ จำเป็นต้องปฏิวัติกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิด (Mindset) ใหม่ ด้วยกระบวนการคิด STAR STEMS สร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่เหมาะสมให้แก่คนไทยทุกรุ่นทุกวัย เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมที่ถูกต้องพาสังคมไทยข้ามพ้นภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ภาพที่ 1 : พฤติกรรม เป็นผลจาก Mindset
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
ภัยคุกคามของไทยในโลกยุคใหม่
นอกจากภัยคุกคามเดิมด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ และยาเสพติด ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว ประเทศไทยในโลกยุคใหม่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงทั้งที่เป็นสภาวะร่วมของโลก และที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสังคมไทย ได้แก่ โรคระบาดร้ายแรง (Pandemic), การแก่งแย่งอำนาจทางการเมือง (Politics), การก่อจลาจลของประชาชน (Public insurrection), สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ (Pollution), การใช้ข้อมูลข่าวสารเท็จบิดเบือนมุ่งร้าย (Pseudo-Information) และ การที่ปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี (Post-human)

ภาพที่ 2 : วิกฤตร้ายแรงของโลกยุคใหม่
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน
โรคระบาดโควิด-19 นับเป็นภัยยุคใหม่ที่ร้ายแรงที่สุด ในห้วงเวลาเพียง 2 ปี มีผู้คนทั่วโลกติดเชื้อไปกว่า 124 ล้านคนและเสียชีวิตมากกว่า 2 ล้าน 7 แสนคน สำหรับประเทศไทยก็มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 หมื่น 8 พันคน และเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 90 คน ภัยครั้งนี้เตือนให้เราได้ตระหนักว่า โรคระบาดร้ายแรงอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บทเรียนของการผ่านวิกฤตโควิด-19 คือการต้องปรับ Mindset ใช้วิธีคิดวิธีทำใหม่บูรณาการทุกภาคส่วน รักษาวินัยเคร่งครัด ใช้คุณธรรมและน้ำใจเอื้ออาทรแบบไทยช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด
การแก่งแย่งอำนาจทางการเมืองยังคงเป็นภัยคุกคามที่ท้าทายความสงบสันติของสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัย และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเป็นภัยร้ายแรงยิ่งในอนาคต กลุ่มมิจฉาทิฐิผู้สร้างปัญหาถูกครอบงำด้วยอวิชชา ใช้จิตใจที่เป็นอธรรม และแสดงพฤติกรรมอนารยะ เหยียดหยาม ข่มขู่ คุกคาม ชักศึกเข้าบ้าน ทำลายสังคม ละเมิดกฎหมายจนถึงขั้นละเมิดสถาบันอันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาติ เพียงเพื่อสนองความต้องการของตน หนทางเดียวที่สังคมไทยจะข้ามภัยคุกคามนี้คือต้องปฏิวัติ Mindset คนไทยด้วย STAR STEMS สร้างทัศนคติและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติบ้านเมือง ส่งเสริมคุณธรรม ความรู้รักสามัคคี ความกตัญญูรู้คุณ มีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้านที่สามารถเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง
วิกฤตที่สืบเนื่องจากการแก่งแย่งอำนาจทางการเมืองและกลายเป็นภัยยุคใหม่ในสังคมไทย คือการก่อจลาจลละเมิดกฎหมายสร้างความวุ่นวายให้สังคม อ้างสิทธิและเสรีภาพแต่แท้จริงเป็นการละเมิดเสรีภาพของคนอื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตน แสดงพฤติกรรมหยาบ เถื่อน ถ่อย ใช้พื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นพื้นที่สัญจรหลักหรือพื้นที่หลักทางเศรษฐกิจเป็นพื้นที่ก่อความวุ่นวาย ใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ จนถึงการใช้อาวุธ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบหรืออันตรายต่อบุคคลอื่นรวมทั้งอันตรายต่อสังคมแต่ประการใด เป้าหมายคือสร้างความวุ่นวายสับสนอย่างรุนแรงให้ถึงขั้นจลาจล เพื่อเป็นเหตุนำอิทธิพลต่างชาติเข้ามาล้มล้างอำนาจรัฐเปลี่ยนระบอบการปกครอง ดังนั้นการปฏิวัติ Mindset ใหม่ ด้วย STAR STEMS สร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่ถูกต้อง ยึดมั่นในคุณธรรม ความรู้รักสามัคคี และความภาคภูมิใจในคุณค่าไทย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
สภาวะแวดล้อมที่เสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดมลพิษปริมาณมหาศาลเป็นภัยคุกคามร้ายแรงไปทั่วโลก การเอาชนะภัยคุกคามนี้ต้องกำจัดที่ต้นเหตุสำคัญ คือ การกระทำของมนุษย์ที่ขาดคุณธรรม ไร้วินัย ปฏิบัติไม่ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม โดยการปฏิวัติ Mindset ใหม่ ด้วย STAR STEMS
ในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลทั้งจริงและเท็จปริมาณมหาศาลปรากฏขึ้นทุกเสี้ยววินาทีจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก แม้จะใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง แต่กระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดแบบเดิมก็ไม่สามารถจัดการข้อมูลข่าวสารทั้งหมดได้ ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนให้ร้ายจึงเป็นภัยที่ร้ายแรงยิ่งสำหรับสังคมยุคใหม่ คนไทยจำเป็นต้องปฏิวัติ Mindset ใหม่ ให้มีกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่เหมาะสม ยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อพร้อมรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์รอบด้าน
สำหรับโลกยุคใหม่ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแทบทุกส่วนของสังคม สามารถคิดและทำแทนมนุษย์เกือบทุกเรื่อง มนุษย์ในยุคใหม่จึงมีความเป็นปัจเจกสูงเชื่อมั่นตนเอง อยู่ในโลกเสมือน ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน สังคมเล็กแคบลง เป็นมนุษย์ที่ไม่มีจิตใจ อยู่ในสังคมคล้ายเครื่องจักรกลมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเฉพาะส่วนที่เป็นหน้าที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น ความผูกพันทางใจอันเป็นส่วนสำคัญในการยึดโยงสังคมให้อยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขเสื่อมสลายไป จำเป็นต้องปฏิวัติ Mindset ใหม่ สร้างความรู้สึกร่วมกันทางใจคุณธรรม ความรู้รักสามัคคี เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่มีจิตวิญญาณมีความสงบสุข จากการพิจารณาภัยคุกคามต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยยุคใหม่เห็นได้ว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดและการขยายตัวของภัยคุกคามล้วนมาจากอวิชชา อธรรม และการขาดกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้านของคนในสังคม ดังนั้นการปฏิวัติ Mindset ใหม่ ให้คนไทยเป็นคนดีมีคุณธรรม มีวินัย รักและภูมิใจในชาติ มีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้าน จึงเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถนำสังคมไทยผ่านพ้นภัยคุกคามทุกรูปแบบได้อย่างยั่งยืน

ภาพที่ 3 : การก่อตัว และการขยายตัวของภัยคุกคาม
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)

ภาพที่ 4 : STAR STEMS สร้าง Mindset ใหม่ แก้ปัญหาภัยคุกคาม
ที่มา : พลเอก พหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
การสร้าง Mindset ใหม่ ด้วย STAR STEMS
การสร้าง Mindset ใหม่ คือการสร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดของคนไทยที่ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมในปัจจุบัน นั่นคือ เป็นคนดี มีวินัย รักและภูมิใจในความเป็นไทย มีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้าน วิธีปฏิบัติที่สามารถบรรลุเป้าหมายด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ต้องใช้กระบวนการที่สามารถพัฒนาปัญญาความคิดรอบด้านและพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่พร้อมกันไป ซึ่งตรงกับคุณลักษณะของกระบวนการคิด STAR STEMS

ภาพที่ 5 : กระบวนการคิด STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
กระบวนการคิด STAR STEMS คือนวัตกรรมทางความคิด ที่ พลเอกพหล สง่าเนตร รองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาได้พัฒนาขึ้นนำเสนอต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเมื่อเดือน เมษายน 2559 และได้ผ่านมติรับรองให้ใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิรูปการศึกษาของชาติ พัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณลักษณะครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560, มาตรา 54, วรรค 4 ความว่า
“การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ”
STAR STEMS เป็นกระบวนการคิดแบบองค์รวม บูรณาการทั้งปัจจัยที่มองเห็นและปัจจัยที่มองไม่เห็น เชื่อมโยงอดีตปัจจุบันและอนาคต แก้ปัญหาด้วยภูมิปัญญารอบด้านและพัฒนาจิตวิญญาณไปพร้อมกัน โดยมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่
1. SBL = Situation-Based Learning, คือโจทย์สถานการณ์ที่ต้องการศึกษาหาคำอธิบาย หรือต้องการหาวิธีแก้สถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด เช่น สถานการณ์โควิด-19, SBL บอกให้ทราบว่ากระบวนการคิดนี้จะพิจารณาสถานการณ์ในทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาได้เหมาะสมแล้ว ยังเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน
2. STAR = ผลลัพธ์หรือเป้าหมายที่ต้องการจากการแก้โจทย์สถานการณ์ เช่น ต้องการได้แนวทางปฎิบัติในการแก้สถานการณ์โควิด-19 ที่แก้ปัญหาได้ยั่งยืน ปฎิบัติได้จริง และสังคมยอมรับ
3. STEMS = กระบวนการคิดรอบด้านเพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการ
ประกอบด้วยการคิด 5 ด้าน : S-T-E-M-S ดังนี้
– S : Scientific Thinking = ด้านเหตุและผล,
คิด พิจารณาเหตุที่มาของสถานการณ์ และ คิดถึงผลผลิตที่ต้องการให้เกิดขึ้น
– T : Thai & Inter –Technology = ด้านภูมิปัญญาไทยและสากล,
ค้น จากหลักวิชาและเทคโนโลยี ทั้งเทคโนโลยีสากล ภูมิปัญญาไทย
และปัญญาท้องถิ่น เพื่อพิจารณาหาวิธีปฏิบัติให้ได้ผลผลิตที่ต้องการ
– E : English- Engineering = ด้านประสิทธิภาพ (ทั้งระบบงาน และ การสื่อสาร),
จัด ระบบการปฏิบัติงาน รวมทั้งการสื่อสารสร้างความเข้าใจ(ทั้งไทยและสากล) เพื่อให้การแก้สถานการณ์เป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
– M : Moral-Mathematics = ด้านตรรกะและคุณธรรม,
พิสูจน์ ระบบการปฏิบัติงาน และการสื่อสารสากล ที่กำหนดไว้ ว่าสามารถ นำไปสู่ผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยตรรกะและหลักวิชา รวมทั้งการ
พิสูจน์ว่าการปฏิบัติงานนั้นไม่ขัดต่อหลักคุณธรรมของสังคม
– S : Socio-Geology = ด้านภูมิสังคม,
ตรวจสอบ ระบบการปฏิบัติงานและการสื่อสารสากลที่จัดไว้ ว่ามีความ เหมาะสม สอดคล้อง เกื้อกูล กับสภาพภูมิสังคมของพื้นที่

ภาพที่ 6 : องค์ประกอบของ STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
การสร้าง Mindset เริ่มจากการสร้างกระบวนการรับรู้ที่มีประสิทธิภาพด้วย STAR STEMS กลั่นกรองให้เห็นความเป็นจริงอย่างถูกต้องรอบคอบรอบด้าน โดย
SBL : คือ เรื่องที่ได้รับรู้ และต้องการตรวจสอบพิจารณา
STAR : คือ เป้าหมายที่ต้องการ ได้แก่ การรู้และเข้าใจเรื่องนั้นอย่างรอบด้าน ตามความเป็นจริง
S – T – E – M – S : คือ กระบวนการคิดที่ใช้พิจารณาตรวจสอบ ได้แก่
S : Scientific thinking ; พิจารณา เหตุที่มาของเรื่องที่รับรู้ และผลที่จะเกิดขึ้น คืออะไร
T : Thai – International Technology ; พิจารณาว่าเรื่องที่รับรู้มานั้นเขาคิดมาอย่างไร
มีวิธีคิดแบบอื่นหรือไม่ ทั้งแบบไทยและแบบสากล เมื่อคิดแบบอื่นแล้วผลเป็นอย่างไร
E : English – Engineering ; เรื่องที่รับรู้มานั้น มีวิธีจัดการปฏิบัติ และนำเสนอแบบใด
ทำให้เกิดประสิทธิภาพ และความเข้าใจแก่สังคม มากน้อยเพียงใด
M : Moral – Mathematics ; เรื่องที่รับรู้นี้ ขัดต่อหลักการ หลักวิชา และ
ขัดต่อหลักคุณธรรมของสังคม หรือไม่
S : Socio – Geology ; เรื่องที่รับรู้นี้ เหมาะสมสอดคล้องเกื้อกูลต่อภูมิสังคมหรือไม่
STAR STEMS ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องที่รับรู้อย่างรอบคอบว่า มีเหตุผลเป็นมาอย่างไร, มีวิธีคิดอย่างไรมีวิธีคิดด้านอื่นหรือไม่อย่างไร, มีวิธีจัดการและการสื่อสารอย่างไร, มีความสอดคล้องกับหลักวิชาและคุณธรรมหรือไม่ และสุดท้ายเชื่อมโยงเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคมหรือไม่ กระบวนการรับรู้จึงขจัดอวิชชา ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข่าวกรองและความรู้ที่ถูกต้องรอบคอบตามความเป็นจริง เหมาะสมที่จะนำไปพิจารณาใช้ประโยชน์ต่อไป

ภาพที่ 7 : กระบวนการรับรู้ที่ถูกต้องด้วย STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
ข่าวกรองที่ได้จากกระบวนการรับรู้แบบ STAR STEMS จะเป็นข้อมูลไปสู่ขั้นการคิด คือใช้กระบวนการคิด STAR STEMS พิจารณาหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด กระบวนการคิด STAR STEMS จะให้คำอธิบายว่า เราต้องการแก้ปัญหานี้เพราะเหตุใดเพื่อผลใด, มีวิธีคิดอย่างไรได้บ้าง, มีวิธีทำที่เกิดประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร, ทำแล้วพวกเราได้อะไร, สุดท้ายคือสังคมและประเทศชาติได้อะไร

ภาพที่ 8 : ผลของกระบวนการคิดแบบ STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
กระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดแบบ STAR STEMS ทำให้เกิด Mindset ใหม่ที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมต่อภัยคุกคามที่เผชิญอยู่โดยมีความสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม จึงสามารถแก้ปัญหาและนำสังคมไทยข้ามพ้นวิกฤตจากภัยคุกคามทุกรูปแบบไปได้

ภาพที่ 9 : Mindset ใหม่ แบบ STAR STEMS ทำให้พฤติกรรมถูกต้อง
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
บทสรุป
ภัยคุกคามสำหรับโลกยุคใหม่รวมทั้งประเทศไทย จะมีความรวดเร็วหลากหลายร้ายแรงเกินคาดคิด กระบวนการรับรู้และกระบวนการคิด หรือ Mindset ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะรับภัยคุกคามใหม่เหล่านั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาคนไทยให้มี Mindset ใหม่ที่ถูกต้อง STAR STEMS คือเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Mindset ใหม่ ทำให้คนไทยมีความมั่นใจที่จะรับกับวิกฤตยุคใหม่ และสามารถหาวิธีปฏิบัติต่อวิกฤตนั้นได้อย่างรอบคอบครบถ้วน
สำหรับผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการในองค์กรขนาดใหญ่ หรือระดับชาติ STAR STEMS สร้าง Mindset ใหม่ สร้างความมั่นใจที่จะเผชิญกับทุกวิกฤต มีกระบวนการรับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ครบถ้วนสามารถพัฒนาเป็นข่าวกรองที่ถูกต้อง พร้อมด้วยกระบวนการคิดที่รอบคอบรอบด้าน ประกอบด้วยภูมิปัญญา หลักธรรม ความเข้าใจในคุณค่าของเอกลักษณ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย รวมทั้งความสอดคล้องเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคม ผู้บริหารจึงสามารถตัดสินใจกำหนดแนวทางปฏิบัติแก้ไขสถานการณ์ หรือกำหนดนโยบายปฏิบัติได้ถูกต้องเหมาะสม นำองค์กร นำสังคมและประเทศชาติ ข้ามพ้นทุกวิกฤตไปสู่สันติสุขได้อย่างยั่งยืน
“ No STAR STEMS, No Sustainable Peaceful Society ”
เอกสารอ้างอิง
คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (2559). แนวทางการใช้รูปแบบการปลูกฝังเยาวชนให้
เป็นพลเมืองดี วินัยเด่น : คนดี มีวินัย รักภูมิใจชาติ สามารถเชี่ยวชาญตามความถนัด มีความรับผิดชอบ
ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด “STAR STEMS”.
(พิมพ์ครั้งที่ 2), กรุงเทพฯ, มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย, พี.แอนด์.พี ปริ้นติ้งพรีเพรส.
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (2560) : รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560,
สำนักการพิมพ์, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
พหล สง่าเนตร, พลเอก. (2563). การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่ยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่
(New Normal)” ด้วย STAR STEMS, วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ปีที่ 11 ฉบับที่ 2
ประจำเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2563, 1 – 9.
พหล สง่าเนตร, พลเอก. (2563). STAR STEMS ปฏิวัติกระบวนการคิดรับ “ฐานวิถีชีวิตใหม่”,
วารสารเสนาธิปัตย์, ปีที่ 69 (2), 16 – 22.
มัณฑรา ธรรมบุศย์. จิตวิทยาการศึกษา 3.3 การปรับพฤติกรรมในชั้นเรียน” มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2564, จาก sites.google.com > psychologymc.
——————————————-
ประวัติผู้เขียน
ยศ ชื่อ : พลเอก พหล สง่าเนตร (พ้นราชการ)
การศึกษา : ด้านวิชาการ
-วทบ. (ทบ.), โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, พ.ศ. 2515
-พศ.ม. (สถิติ), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พ.ศ. 2518
-M.S. (Physics), University of California Los Angeles, USA. พ.ศ. 2520
-Ph.D. (Physics), University of Kansas, USA. พ.ศ. 2526
-ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์), มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, ปทุมธานี, พ.ศ. 2557
: ด้านความมั่นคง
-โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8
-โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 19
-โรงเรียนเสนาธิการทหารบก : หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 66
-โรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐอเมริกา, USACGSC, USA., 1990
-วิทยาลัยการทัพบก : หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 44
-วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร : หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร,
พ.ศ. 2546
-สถาบันพระปกเกล้า : หลักสูตรการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย
สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปปร. 5)
-สมาคมเสาหลักเพื่อแผ่นดิน : หลักสูตรผู้นำระดับสูงตามแนวทางพระราชดำริฯ
รุ่นที่ 1, (สนพ. 1)
ตำแหน่งสำคัญในอดีต :
-อาจารย์ : กองวิชาฟิสิกส์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า / ส่วนเสนาธิการกิจ
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-อาจารย์อำนวยการ : ส่วนวิชายุทธวิธี โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-รองเจ้ากรมยุทธการทหารบก
-ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก
-รองปลัดกระทรวงกลาโหม
-รองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
-กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงกลาโหม
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิทยาลัยพยาบาล กองทัพบก
-ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิเครือข่ายสถานประกอบการส่งเสริมคนดี มีวินัย
รักและภูมิใจในชาติ
ตำแหน่งปัจจุบัน :
-ประธานกรรมการ มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุข
———————————————————————–