สังคมไทยในยุค New Normal ต้องเผชิญกับวิกฤตหลายประการทั้งวิกฤตดั้งเดิมที่ยังคงเป็นภัยต่อเนื่อง และวิกฤตที่มากับโลกยุคใหม่ ทุกวิกฤตล้วนรุนแรง ร้ายแรง แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว และเสริมเพิ่มพลังกันจนแทบจะหยุดยั้งหรือเอาชนะไม่ได้ นอกจากนี้สภาวะของสังคมไทยยังมีประเด็นเปราะบางหลายประการทำให้ล่อแหลมต่อการที่วิกฤตต่าง ๆ จะขยายผลจนเกิดอันตรายต่อความสงบสันติได้อย่างเกินคาดคิด โอกาสเดียวที่จะนำพาสังคมไทยก้าวข้ามวิกฤตทั้งปวงไปสู่สันติสุขยั่งยืน คือ ต้องปฏิวัติ Mindset ของคนไทย เพื่อสร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่เหมาะสม ด้วย STAR STEMS ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ “ปฏิรูปการศึกษา ปฏิวัติภูมิปัญญา พัฒนาสังคมยั่งยืน”
วิกฤตร้ายแรงในสังคมไทยยุคใหม่
สังคมไทยยุคใหม่ต้องเผชิญกับวิกฤตที่เป็นสภาวะร่วมของโลก ผสมผสานกับปัญหาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสังคมไทย โอกาสที่วิกฤตต่าง ๆ จะเสริมพลังขยายตัวจนส่งผลร้ายแรงต่อความสงบสันติสุขของสังคมไทยย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมคนไทยให้พร้อมตั้งแต่บัดนี้ ให้มีวิธีคิดวิธีทำที่ถูกต้องเหมาะสมพร้อมที่จะพลิกแพลงรับสภาวะวิกฤตต่าง ๆ อย่างรอบคอบรอบด้านเท่าทัน และสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติเอาชนะวิกฤตทุกรูปแบบได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ และยาเสพติด ที่ยังคงเป็นภัยต่อเนื่อง วิกฤตยุคใหม่ที่ไทยต้องเผชิญได้แก่ โรคระบาดร้ายแรง (Pandemic), สภาวะอากาศและสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ (Pollution), การแก่งแย่งอำนาจทางการเมือง (Politics), ข้อมูลข่าวสารเท็จบิดเบือนมุ่งร้าย (Pseudo-Information), การก่อจลาจลของประชาชน (Public insurrection) และ การที่ปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เริ่มถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี (Post-human)

ภาพที่ 1 : วิกฤตร้ายแรงของโลกยุคใหม่
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
โควิด-19 นับเป็นภัยร้ายแรงที่สุดของโลก ในระยะ 2 ปี ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อไปกว่า 126 ล้านคนและเสียชีวิตมากกว่า 2 ล้าน 7 แสนคน ประเทศไทยของเราก็มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 หมื่น 8 พันคน และเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 90 คน แม้ว่าภัยร้ายแรงนี้น่าจะควบคุมได้ในอีกไม่นานนัก แต่ในอนาคตการที่จะมีโรคระบาดใหม่เกิดขึ้นและสร้างความปั่นป่วนรุนแรงอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ย่อมเป็นไปได้ตลอดเวลา ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้ด้วยการปรับวิธีคิดวิธีทำใหม่ บูรณาการทุกภาคส่วน เข้มงวดวินัยเคร่งครัด ใช้คุณธรรมและความเอื้ออาทรของน้ำใจไทยช่วยกันดูแลทุกพื้นที่ นับเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเผชิญวิกฤตครั้งใหม่ในอนาคต
สภาวะแวดล้อมที่เสื่อมโทรมรวมทั้งมลพิษที่ทวีมากขึ้นทั้งบนดินในน้ำและในอากาศ เป็นผลจากการกระทำอันไม่ถูกต้องของมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เป็นภัยร้ายแรงที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกภูมิภาคทุกสังคมโลก ทำให้การดำรงชีวิตของทั้งมนุษย์และสัตว์ต่างตกอยู่ในสภาวะอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มนุษย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับวิธีคิดวิธีทำในทุกเรื่อง มีวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและผลกระทบต่อสภาพภูมิสังคม ตั้งแต่บัดนี้
สัจธรรมของการเมืองไม่ว่าระบอบใดยุคใดสมัยใดคือเรื่องของการแก่งแย่งอำนาจ ปัญหาการเมืองจึงสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในสังคมทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น สำหรับประเทศไทยกลุ่มผู้ที่เปี่ยมด้วยมิจฉาทิฐิและอวิชชา จิตใจเป็นอธรรม ได้ใช้พฤติกรรมอนารยะเหยียดหยาม ข่มขู่ คุกคาม ชักศึกเข้าบ้าน ทำลายล้าง ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ละเมิดกฎหมาย จนถึงขั้นละเมิดสถาบันอันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาติ เพียงเพื่อสนองความต้องการของตน ถ้าสังคมไทยไม่รีบดูแลแก้ไข สร้างทัศนคติและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติบ้านเมือง ส่งเสริมคุณธรรม ความรู้รักสามัคคี ความกตัญญูรู้คุณ และพัฒนากระบวนการคิดที่รอบคอบรอบด้าน เรื่องการเมืองจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมไทยในอนาคต
โลกปัจจุบันเป็นโลกยุคข้อมูลข่าวสาร เรื่องราวทั้งจริงและเท็จถูกสร้างขึ้นในทุกเสี้ยววินาทีจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก บุคคลสามารถเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ด้วยปริมาณข่าวสารที่มีมากมายมหาศาล แม้เครื่องมือสมัยใหม่จะสามารถรองรับได้มากและรวดเร็วก็ไม่สามารถจัดการข้อมูลข่าวสารทั้งหมดได้ ประกอบกับวงจรชีวิตของคนในปัจจุบันเร่งรีบแข่งขัน การคัดกรองข่าวสารจึงเป็นจุดอ่อนที่สุด ข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนให้ร้ายกลายเป็นภัยที่ร้ายแรงยิ่งสำหรับสังคมยุคใหม่ คนไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนากระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่เหมาะสม รวมทั้งยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อให้พร้อมที่จะพิจารณากลั่นกรองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นจริงรอบคอบรอบด้าน
วิกฤตร้ายแรงอีกประการหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยคือการก่อจลาจลของประชาชน กลุ่มบุคคลผู้มุ่งร้ายสร้างความวุ่นวายให้สังคม ทำการละเมิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน อ้างสิทธิเสรีภาพเพื่อเรียกการสนับสนุนจากภายนอกโดยลืมไปว่ากลุ่มของตนนั่นเองที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ปฏิบัติการด้วยวิธีรุนแรงต่าง ๆ จนถึงการใช้อาวุธ และไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลอื่นรวมทั้งผลกระทบต่อวิถีของสังคมแต่ประการใด ใช้พื้นที่สาธารณะเช่นบนถนนสายหลัก กลางสี่แยกในพื้นที่เศรษฐกิจ หรือสถานีรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ใช้วาจาและพฤติกรรมแสดงออกที่ หยาบ ถ่อย เถื่อน ซึ่งไม่มีอารยประเทศใดในโลกยอมรับพฤติกรรมทรามเช่นนี้ เป้าหมายคือก่อกวนสังคมไปสู่ความไม่สงบหรืออาจรุนแรงถึงขั้นจลาจลเพื่อนำอิทธิพลต่างชาติเข้ามาแทรกแซง ล้มล้างอำนาจรัฐเปลี่ยนระบอบการปกครอง ดังนั้นหากไม่เร่งสร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดที่ถูกต้องให้แก่คนไทย สังคมไทยย่อมไม่มีวันสงบสันติสุข
จากวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแทบทุกส่วนของสังคม จนถึงขั้นที่สามารถคิดและทำแทนมนุษย์ ทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันมีความเป็นปัจเจกสูงเชื่อมั่นตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน สังคมเล็กแคบลงอยู่เฉพาะในโลกเสมือนของตน แต่ละคนเหมือนไม่ใช่มนุษย์ที่มีความคิดและจิตใจ เป็นเพียงเครื่องจักรกลที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันเฉพาะส่วนที่เป็นหน้าที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น ความผูกพันทางใจอันเป็นส่วนสำคัญในการยึดโยงสังคมให้อยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขเริ่มเสื่อมสลายลง สภาวะการณ์เช่นนี้หากไม่ได้รับการแก้ไข ความเป็นสังคมทั้งสังคมไทยและสังคมโลกย่อมไปสู่การสิ้นสุด
เมื่อพิจารณาวิกฤตต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยยุคใหม่แล้วเห็นได้ว่า วิธีคิดวิธีทำแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขวิกฤตต่าง ๆ ได้ ทั้งยังกลับกลายเป็นตัวขยายความรุนแรงของวิกฤตให้เลวร้ายยิ่งขึ้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขโดยรีบด่วนให้ถูกต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ ยุคสมัย และสภาพภูมิสังคม (พหล สง่าเนตร, วารสารเสนาธิปัตย์, 2563)
ทำไมต้อง Mindset ใหม่
คนไทยชาวพุทธคงคุ้นเคยกับคำกล่าวที่ว่า “ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน” หรือ “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ซึ่งถอดความมาจากพระพุทธพจน์ที่บัญญัติไว้ว่า (พระครูปลัดประจาก สิริวัณโณ, 2544).
“ มโนปุพพัง คมาธัมมา : ธรรมดา ใจเราเป็นผู้นำไปก่อน
มโนเสฏฐา มโนมยา : ใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ ”
การแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ของบุคคล ทางกายทางวาจา ล้วนมาจากการกำหนดของส่วนที่เป็นจิต ในทางพฤติกรรมศาสตร์สรุปไว้ว่า พฤติกรรมที่ปรากฏเกิดจากกระบวนการแสดงออก ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิด (มัณฑรา ธรรมบุศย์, 2564) ในส่วนนี้ตรงกับคำที่เรียกว่า “Mindset” ด้วยเหตุนี้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดวิกฤตในสังคม จึงมีต้นทางมาจากกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดหรือ Mindset ที่ไม่ถูกต้อง

ภาพที่ 2 : พฤติกรรมของบุคคลเกิดจาก Mindset
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
ดังนั้นการนำสังคมไทยข้ามพ้นวิกฤต จึงต้องสร้างคนไทยให้มี Mindset ใหม่ ที่ถูกต้องเหมาะสม คือ มีความเมตตาเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจไทยเอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูล เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ปฏิบัติตามกฎกติกา รักษาวินัยทางสังคมอย่างเคร่งครัด เข้าใจเห็นคุณค่ารักและภาคภูมิใจในเอกลักษณ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย มีความกตัญญูสำนึกในบุญคุณของบรรพชนที่รักษาสืบสานมรดกอันงดงามของชาติต่อเนื่องมา และแสดงกตเวทีตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการรักษาเชิดชูคุณค่าไทย รวมทั้งมีกระบวนการคิดที่รอบคอบรอบด้านรู้เท่าทันสภาวะการณ์และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ในทุกวิกฤต สามารถตัดสินตกลงใจเลือกหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องเป็นประโยชน์สร้างสรรค์ต่อสังคมส่วนรวม
เห็นได้ว่า Mindset ใหม่มีความสอดคล้องกับคุณลักษณะพึงประสงค์ของคนไทยตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา 54 วรรค 4 ความว่า :
“การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ”
ดังนั้น Mindset ใหม่ ของคนไทยยุคใหม่ สามารถกล่าวโดยสรุป คือ
“เป็นคนดี มีวินัย รักและภูมิใจในชาติ และมีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้าน”
การสร้าง Mindset ใหม่ ด้วย STAR STEMS การสร้าง Mindset ใหม่ คือการสร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดของคนไทยที่ถูกต้องเหมาะสม ให้คนไทยเป็นคนดี มีวินัย รักและภูมิใจในความเป็นไทย มีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้าน การปฏิบัติเพื่อให้บรรลุประสิทธิผลตามต้องการด้วยประสิทธิภาพสูงสุดต้องใช้กระบวนการที่สามารถพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณควบคู่พร้อมกันไป ซึ่งตรงกับคุณลักษณะของกระบวนการคิด STAR STEMS

ภาพที่ 3 : กระบวนการคิด STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
กระบวนการคิด STAR STEMS คือนวัตกรรมทางความคิด ที่ พลเอกพหล สง่าเนตร รองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้เสนอต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เมื่อเดือน เมษายน 2559 (คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้, 2559) และได้ผ่านมติรับรองให้ใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิรูปการศึกษาของชาติ พัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณลักษณะครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560, มาตรา 54, วรรค 4 (คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, 2560) รวมทั้งได้ผ่านการทดสอบใช้งานและประเมินแล้วว่า สามารถปฏิบัติได้จริงโดยไม่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษา และให้ผลบรรลุเป้าหมายครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ทุกประการ STAR STEMS เป็นกระบวนการคิดแบบองค์รวม บูรณาการทั้งปัจจัยที่มองเห็นและปัจจัยที่มองไม่เห็น เชื่อมโยงอดีตปัจจุบันและอนาคต แก้ปัญหาด้วยภูมิปัญญารอบด้านและพัฒนาจิตวิญญาณไปพร้อมกัน โดยมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ดังแสดงในภาพ (พหล สง่าเนตร, วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, 2563) ได้แก่
1. SBL = Situation-Based Learning, คือโจทย์สถานการณ์ที่สนใจศึกษา
2. STAR = ผลลัพธ์หรือเป้าหมาย ที่ต้องการจากการแก้โจทย์สถานการณ์
3. STEMS = กระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการ
ประกอบด้วยการคิด 5 ด้าน : S-T-E-M-S

ภาพที่ 4 : องค์ประกอบของ STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
การสร้าง Mindset เริ่มจากการสร้างกระบวนการรับรู้ใหม่ด้วย STAR STEMS จัดระบบของกระบวนการรับรู้ กลั่นกรองให้เห็นความเป็นจริงที่ถูกต้องรอบคอบรอบด้าน โดย
SBL : คือเรื่องที่ได้รับรู้ และต้องการตรวจสอบ
STAR : คือ เป้าหมายที่ต้องการ ได้แก่ การรู้และเข้าใจอย่างรอบด้าน ตามความเป็นจริง
S – T – E – M – S : คือ กระบวนการคิดที่ใช้พิจารณาตรวจสอบ ได้แก่
S : Scientific thinking ; พิจารณา เหตุที่มาของเรื่องที่รับรู้ และผลที่จะเกิดขึ้น คืออะไร
T : Thai – International Technology ; พิจารณาว่าเรื่องที่รับรู้มานั้นเขาคิดมาอย่างไร
มีวิธีคิดแบบอื่นหรือไม่ ทั้งแบบไทยและแบบสากล เมื่อคิดแบบอื่นแล้วผลเป็นอย่างไร
E : English – Engineering ; เรื่องที่รับรู้มานั้น มีวิธีจัดการปฏิบัติ และนำเสนอแบบใด
ทำให้เกิดประสิทธิภาพ และความเข้าใจแก่สังคม มากน้อยเพียงใด
M : Moral – Mathematics ; เรื่องที่รับรู้นี้ ขัดต่อหลักการหลักวิชา และ
ขัดต่อหลักคุณธรรมของสังคม หรือไม่
S : Socio – Geology ; เรื่องที่รับรู้นี้ เหมาะสมสอดคล้องเกื้อกูลต่อภูมิสังคมหรือไม่ STAR STEMS จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องที่เรารับรู้อย่างรอบคอบว่า มีเหตุผลเป็นมาอย่างไร, มีวิธีคิดอย่างไรมีวิธีคิดด้านอื่นหรือไม่อย่างไร, มีวิธีจัดการและการสื่อสารอย่างไร, มีความสอดคล้องกับหลักวิชาและคุณธรรมหรือไม่ และสุดท้ายเชื่อมโยงเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคมหรือไม่ กระบวนการรับรู้จึงทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข่าวกรองและความรู้ที่ถูกต้องรอบคอบตามความเป็นจริง เหมาะสมที่จะนำไปพิจารณาใช้ประโยชน์ต่อไป

ภาพที่ 5 : กระบวนการรับรู้ที่ถูกต้องด้วย STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
ข่าวกรองที่ได้จากกระบวนการรับรู้แบบ STAR STEMS จะเป็นข้อมูลไปสู่ขั้นการคิด ซึ่งจะใช้ STAR STEMS พิจารณาหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด กระบวนการคิด STAR STEMS จะให้คำอธิบายว่า เราต้องแก้ปัญหานี้เพราะเหตุใดเพื่อผลใด, มีวิธีคิดอย่างไรได้บ้าง, มีวิธีทำที่เกิดประสิทธิภาพที่สุดได้อย่างไร, ทำแล้วพวกเราได้อะไร, สุดท้ายคือสังคมและประเทศชาติได้อะไร

ภาพที่ 6 : ผลของกระบวนการคิดแบบ STAR STEMS
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
กระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดแบบ STAR STEMS ทำให้เกิด Mindset ใหม่ที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติที่เหมาะสมถูกต้องตามมาตรฐานสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคม สามารถแก้ปัญหาและนำสังคมไทยข้ามพ้นวิกฤตทุกรูปแบบไปได้อย่างยั่งยืน

ภาพที่ 7 : Mindset ใหม่ แบบ STAR STEMS ทำให้พฤติกรรมถูกต้อง
ที่มา : พลเอกพหล สง่าเนตร (ผู้เขียน)
บทสรุป
ภาวะความแปรปรวนสับสนที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันชี้ให้เห็นชัดเจนว่า สังคมโลกในอนาคตรวมทั้งประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตที่หลากหลายร้ายแรงเกินคาดคิด กระบวนการรับรู้และกระบวนการคิด หรือ Mindset ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะจัดการกับวิกฤตใหม่เหล่านั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างกระบวนการรับรู้และกระบวนการคิดใหม่ หรือ Mindset ใหม่ของสังคม ด้วยหลักคิด STAR STEMS ให้กว้างขวางรวดเร็ว เพื่อพัฒนาคนไทยให้มีกระบวนการรับรู้ที่ถูกต้องเหมาะสม มีกระบวนการคิดรอบคอบรอบด้าน กำหนดพฤติกรรมต่าง ๆ ด้วยภูมิปัญญารอบด้าน ด้วยหลักธรรม ด้วยความเข้าใจในคุณค่าของเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาไทย ตลอดจนสอดคล้องเกื้อกูลกับสภาพภูมิสังคม สามารถนำสังคมไทยข้ามพ้นวิกฤตทั้งปวงไปสู่สันติสุขได้อย่างยั่งยืน
“ No STAR STEMS, No Sustainable Peaceful Society ”
————————————————–
เอกสารอ้างอิง
คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบการเรียนรู้ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (2559). แนวทางการใช้รูปแบบการปลูกฝังเยาวชนให้
เป็นพลเมืองดี วินัยเด่น : คนดี มีวินัย รักภูมิใจชาติ สามารถเชี่ยวชาญตามความถนัด มีความรับผิดชอบ
ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด “STAR STEMS”.
(พิมพ์ครั้งที่ 2), กรุงเทพฯ, มูลนิธิอาชีวเวชศาสตร์ไทย, พี.แอนด์.พี ปริ้นติ้งพรีเพรส.
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (2560) : รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560,
สำนักการพิมพ์, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
พระครูปลัดประจาก สิริวัณโณ. (2544). ปัจฉิมโอวาท. บรรยายระหว่างการปฏิบัติ(คอร์สเข้ม) ณ ศูนย์
อุทยานธรรม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 24 เมษายน-4 พฤษภาคม 2544, สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม
2564, จาก www.saddhadhamma.org.
พหล สง่าเนตร, พลเอก. (2563). การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่ยุค “ฐานวิถีชีวิตใหม่
(New Normal)” ด้วย STAR STEMS, วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ปีที่ 11 ฉบับที่ 2
ประจำเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2563, 1 – 9.
พหล สง่าเนตร, พลเอก. (2563). STAR STEMS ปฏิวัติกระบวนการคิดรับ “ฐานวิถีชีวิตใหม่”,
วารสารเสนาธิปัตย์, ปีที่ 69 (2), 16 – 22.
มัณฑรา ธรรมบุศย์. จิตวิทยาการศึกษา 3.3 การปรับพฤติกรรมในชั้นเรียน” มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2564, จาก sites.google.com > psychologymc.
——————————————-
ประวัติผู้เขียน
ยศ ชื่อ : พลเอก พหล สง่าเนตร (พ้นราชการ)
การศึกษา : ด้านวิชาการ
-วทบ. (ทบ.), โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, พ.ศ. 2515
-พศ.ม. (สถิติ), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พ.ศ. 2518
-M.S. (Physics), University of California Los Angeles, USA. พ.ศ. 2520
-Ph.D. (Physics), University of Kansas, USA. พ.ศ. 2526
-ปร.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์), มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, ปทุมธานี, พ.ศ. 2557
: ด้านความมั่นคง
-โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8
-โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 19
-โรงเรียนเสนาธิการทหารบก : หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 66
-โรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐอเมริกา, USACGSC, USA., 1990
-วิทยาลัยการทัพบก : หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 44
-วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร : หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร,
พ.ศ. 2546
-สถาบันพระปกเกล้า : หลักสูตรการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย
สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปปร. 5)
-สมาคมเสาหลักเพื่อแผ่นดิน : หลักสูตรผู้นำระดับสูงตามแนวทางพระราชดำริฯ
รุ่นที่ 1, (สนพ. 1)
ตำแหน่งสำคัญในอดีต :
-อาจารย์ : กองวิชาฟิสิกส์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า / ส่วนเสนาธิการกิจ
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-อาจารย์อำนวยการ : ส่วนวิชายุทธวิธี โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-รองเจ้ากรมยุทธการทหารบก
-ผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก
-เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก
-รองปลัดกระทรวงกลาโหม
-รองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ตำแหน่งปัจจุบัน :
-กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงกลาโหม
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิทยาลัยพยาบาล กองทัพบก
-ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิเครือข่ายสถานประกอบการส่งเสริมคนดี มีวินัย
รักและภูมิใจในชาติ
———————————————————————–