เนื่องจากการบังคับบัญชาทหารจะเป็นระบบสั่งการซึ่งจะเหมือนกันทั่วโลก ทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามธรรมชาติของระบบทหารที่จำเป็นต้องใช้การสั่งการในการสู้รบกับศัตรูของประเทศมาทุกยุคทุกสมัยจนรบได้ชัยชนะ รวมทั้งในยามปกติที่ไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีระบบการปกครองบังคับบัญชาที่เป็นระบบสั่งการอยู่ ดังนั้นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในหน่วยงานทหารนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับรูปแบบกระบวนการในบางขั้นตอนให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของระบบทหาร จึงจะสอดรับกับระบบสั่งการที่มีอยู่และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานทหารให้มีขีดความสามารถในการต่อสู้กับภัยคุกคามสมัยใหม่ที่เป็นการต่อสู้กันทางความคิดที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วไปในสังคม ไม่เว้นแม้กระทั่งในหมู่ทหารด้วยกัน ทั้งนี้เนื่องจากการสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตลอดจนชุดความคิดต่างๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจจะทำให้เกิดการแปลกแยกแตกต่างทางความคิดเห็นออกไปในระดับบุคคล แม้ว่ากายจะอยู่ใกล้ชิดกันเป็นประจำทุกวันแต่ปัญญาความคิดและจิตวิญญาณอาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เหมือนกับได้จากกันไปอยู่ในสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเป็นเวลานานจนมีการแยกกันพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณไปดั่งเช่นในสมัยก่อน แต่ด้วยอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ทำให้ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกันแทบทุกวัน แต่มีการแยกกันพัฒนาปัญญาความคิดและจิตวิญญาณที่แตกต่างกันมากจนในบางครอบครัวแทบจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจกัน สื่อสารกันไม่ได้ จนอาจทำให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อความสามัคคีของสังคมทั้งภายนอกและภายในหน่วยงานทหาร โดยเฉพาะอาจจะกระทบต่อความรัก ความสามัคคี ความมีระเบียบ มีวินัย มีความกล้าหาญ และมีอุดมการณ์รักชาติของกำลังพลในหน่วยงานทหารได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษคือนัวตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการสร้างการคิดรอบ คิดร่วม หล่อหลอมความเห็นต่าง สร้างความเห็นร่วมของผู้คนในสังคม

ภาพที่ 1 ข้อพิจารณาฝ่ายอำนวยการ และ บันทึกความเห็น
ที่มา เอกสารบรรยายเรื่องการเขียนหนังสือราชการ, สำนักงานตรวจสอบภายในทหาร
ในยามปกติ การจัดทำข้อพิจารณาฝ่ายอำนวยการหรือการจัดทำบันทึกความเห็นนั้น ในส่วนของปัญหานั้น มักจะเป็นสถานการณ์ที่หน่วยงานอื่นเสนอมา หรืออาจจะเป็นสถานการณ์ที่เกิดจากการริเริ่มของหน่วยงานเอง ซึ่งหน่วยงานเจ้าของเรื่องมักจะนำเรียนผู้บังคับบัญชาก่อนเพื่อขอนโยบายหรือเจตนารมย์จากผู้บังคับบัญชาที่ชัดเจน ซึ่งจะสอดคล้องกับกระบวนการแก้ไขสถานการณ์ของนวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ที่จะเริ่มต้นด้วยการกำหนดสถานการณ์โจทย์ SBL และต่อด้วยการกำหนดเป้าหมาย ที่ต้องการ คือ STAR โดยที่หัวข้อปัญหาเดิมนั้น ก็คือ SBL และเจตนารมย์ของผู้บังคับบัญชาในที่นี้ก็คือ STAR นั่นเอง โดยที่ในรูปแบบใหม่นี้จำเป็นที่จะต้องมีให้ครบถ้วนทั้ง ปัญหาและเจตนารมย์ของผู้บังคับบัญชาก่อนที่จะไปดำเนินการต่อ
ในทางปฏิบัติแนวใหม่นี้ ควรให้มีการประชุมระดมสมองจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอน STEMS หรือในขั้นตอนการหาข้อเท็จจริง ข้อพิจารณาและข้อเสนอ โดยหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อจากนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเป็นรายกรณีไป หากสามารถดำเนินการได้ก็จะเกิดการมีส่วนร่วม รวมทั้งได้รับการยอมรับจากส่วนรวมและผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่ากระบวนการในรูปแบบเดิม อีกทั้งเป็นการพัฒนาความรู้ รัก สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันให้เกิดขึ้นภายในหน่วยด้วย
ต่อไปนี้จะเป็นการดำเนินการตามกระบวนการ STEMS โดยในหัวข้อเท็จจริงนั้น จะเป็นการดำเนินตามขั้นตอนการคิดด้วยหลักเหตุ-ผล (S:Scientific thinking) และการค้นด้วยภูมิปัญญาไทยและสากล (T:Thai/Int. Technology) แล้วจะได้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องครบถ้วน รอบคอบ รอบด้านมากกว่าเดิม โดยไม่ลืมภูมิปัญญาไทย
ในหัวข้อพิจารณานั้น จะเป็นการดำเนินตามขั้นตอนการจัดด้วยหลักประสิทธิภาพและการสื่อสารสากล (E:English-Engineering) การคัดด้วยหลักตรรกะและคุณธรรม (M:Moral-Mathematics) และการกรองด้วยหลักภูมิสังคม (S:Socio-geology) โดยจะนำประเด็นปัญหา เจตนารมย์ผู้บังคับบัญชา ข้อมูลข้อเท็จจริงที่มีปัญหาสาเหตุ ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวิธีการหรือผลการดำเนินการของหน่วยงานอื่น ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานั้น มาพิจารณาร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานเอง ซึ่งอาจจะพิจารณาได้หนทางปฏิหลายหนทางปฏิบัติ แล้วนำมาคัดกรองแต่ละหนทางปฏิบัติให้มีตรรกะ มีความสมเหตุสมผล รวมทั้งส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและให้มีความเหมาะสมกับภูมิสังคมหรือให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งจะสมบูรณ์ ครบถ้วนในทุกมิติ ซึ่งน่าจะดีกว่าข้อพิจารณาในรูปแบบเดิมที่อาจจะไม่ได้คำนึงถึงประเด็นเหล่านี้
หลังจากได้นำแต่ละหนทางปฏิบัติมาคัดกรองแล้วจะได้ข้อสรุปว่าหนทางปฏิบัติใดมีตรรกะ ส่งเสริมคุณธรรมและเหมาะสมกับภูมิสังคมมากที่สุด ซึ่งจะเป็นรายละเอียดในหัวข้อเสนอ ซึ่งจะมีความครบถ้วนสมบูรณ์ มีที่มาที่ไป มีเหตุมีผล ละเอียดรอบคอบ แก้ปัญหาและตอบสนองเจตนารมย์ของผู้บังคับบัญชาได้
โดยสรุปแล้ว จะเห็นว่าการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการทำงานของหน่วยงานทหารนั้น สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะในยามปกติ ไม่มีความยุ่งยากแต่ประการใด แต่ผลพลอยได้จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงาน โดยใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS เป็นเสมือนเครื่องมือพิเศษในการต่อสู้ในสงครามทางความคิดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เกิดการคิดรอบ คิดร่วม หล่อหลอมความเห็นต่าง สร้างความเห็นร่วมในหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดความรู้จักกันลึกซึ้งไปจนถึงความคิดความอ่านของกันและกันได้มากขึ้น รักกันมากขึ้น มีความสามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นในหน่วยงานในระยะยาวได้ เมื่อประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีมากมายหลายประการเช่นนี้แล้วท่านผู้บังคับหน่วย น่าจะเปิดใจ หันมาศึกษา และเป็นผู้นำในการทดลองประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS ในการขับเคลื่อนงานของหน่วยงานของท่าน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา (2567), รายงานผลการดำเนินงาน เรื่อง หลักการและแนวทางการปฏิบัตินวัตกรรมทางปัญญา STAR STEMS สำหรับการสร้างสังคม รู้ รัก สามัคคี มีสันติสุขยั่งยืน, สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
พหล สง่าเนตร, พลเอก (2568), ยุทธศาสตร์ชาติ: ยุทธศาสตร์สตาร์สะเต็มส์ STAR STEMS STRATEGY, ธนอรุณการพิมพ์, 2568.
สำนักงานตรวจสอบภายในทหาร, powerpoint, เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง การเขียนหนังสือราชการ, https://oia.rtarf.mi.th/, สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค.2568
ด้วยความปรารถนาดีจาก
พลโท ดร.สมเกียรติ สัมพันธ์
ฝ่ายวิชาการและการวิจัย
มูลนิธิสตาร์สะเต็มส์เพื่อสังคมสันติสุขยั่งยืน